23 พฤศจิกายน 2562

ความอ่อน/แข็งก้าน (Flex) ควรตรวจสอบสเปคให้ตรงกับผู้ใช้จริง

⭕ ทำไมจึงต้องวัดความอ่อนแข็ง (Flex) ของก้านไม้กอล์ฟจริง ว่าเหมาะสมกับผู้ใช้จริง ก่อนการประกอบไม้กอล์ฟทุกๆครั้งอย่างไร เพื่อให้เข้ากับทักษะความสามารถการสวิงของนักกอล์ฟหนึ่งคนที่แตกต่างกัน

⭕ เพราะว่าความอ่อน/แข็งก้านฯ (OEM Flex) จะมีการกำหนดค่าจากโรงงานเฉพาะสำหรับไม้กอล์ฟในรุ่นๆหนึ่งเท่านั้น ซึ่ง น้ำหนักหัวไม้ใบเหล็ก (Head Weight) / ความยาวก้าน (Shsft Lenght) และความเร็วหัวไม้ (Clubspeed) มีความสัมพันธ์ต่อ Flex ของการดีดก้านจริงที่เปลี่ยนไปอีกด้วย

⭕ นอกจากนั้นถ้าเป็นก้านโมดิฟาย ของแต่ละแบรนด์/ยี่ห้อ ในแต่ละรุ่นๆก็จะกำหนด Flex ที่ต่างเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ก้านมือสองผ่านการใช้งานมาแล้ว ยิ่งไม่สามารถดูจาก Flex ที่กำหนดไว้บนตัวก้านได้ เพราะความอ่อน/แข็งจะเปลี่ยนตามการใช้งาน (โดยเฉพาะก้านกราไฟท์)

⭕ การประกอบไม้กอล์ฟเพื่อให้ได้สเปคที่เหมาะสมกับผู้ใช้หนึ่งคน จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ไม่ใช่การเสียบก้านติดกับหัวไม้ใบเหล็กได้แล้วใส่กริ๊ป เพื่อให้เห็นว่าได้ใส่ก้านแบบนี้สีนี้แบรนด์นี้แล้ว เท่ากับเป็นการเสี่ยงดวงกันก็ว่าได้

หากไม่ได้ตรวจวัด Flex ก้านจริง รวมถึงการวิเคราะห์สรีระ และทักษะการสวิง ที่เป็นผลต่อสเปคไม้กอล์ฟที่ประกอบออกมาแล้วนั้น ไม้กอล์ฟนั้นคงก็ไม่ต่างกันกับมาตรฐานสเปค (OEM spec) ที่ท่านต้องปรับตัวให้เข้ากับสเปคไม้ฯ แทนที่ได้สเปคไม้ที่เข้ากับวงสวิงตัวเองครับ

26 กันยายน 2562

การฝึกซ้อม ความคิด และอุปกรณ์ที่ทำให้เกมส์กอล์ฟคุณเป็นอย่างไร

⭕ กีฬากอล์ฟหลายๆคนคิดว่า แค่ฝึกซ้อมวงสวิง (Physical) ให้ดีก็เพียงพอ และสามารถลงสนามทำสกอร์ได้ยอดเยี่ยมเหมือนอย่างที่ฝึกซ้อมมาอย่างนั้นหรือ?? ซึ่งกอล์ฟเป็นกีฬาที่ต้องมีส่วนอื่นๆที่สำคัญเข้ามาเกี่ยวข้อง และทำให้วงสวิงนั้นสับสนเปลี่ยนไปได้ นั่นคือ วิธีคิดกับเกมส์กอล์ฟ (Mental) และอุปกรณ์หรือไม้กอล์ฟ (Equipment) ที่จะทำให้เกมส์กอล์ฟคุณไม่เป็นไปอย่างที่ต้องการได้

⭕ มีผู้กล่าวไว้ว่า "ไม่มี Perfect Swing " ในสนามกอล์ฟ ถึงแม้ว่าคุณผ่านการฝึกซ้อมมาเป็นอย่างดีแล้วก็ตาม เช่น วันแรกอาจตีดีมากอยู่ในกลุ่มผู้นำ แต่วันที่สองเกือบจะตกรอบ และ/หรือ กลับมาไล่แซงคว้าแชมป์ได้ในวันต่อมาได้ เพราะวงสวิงจำเป็นต้องมี การปรับตัวปรับเทคนิคให้เข้ากับสถานการณ์ของสภาพสนามนั้นๆที่แตกต่างกันในทุกๆช๊อต ย่อมไม่เหมือนสภาพที่เคยซ้อมมา ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับวิธีคิด และการควบคุมอารมณ์ รวมถึงแผนการฝึกซ้อมของคุณว่าทำมามากน้อยเพียงใด

การฝึกวิธีคิด (Mental Pratice) เป็นสิ่งที่มองไม่เห็นที่แตกต่างปรับเปลี่ยนไปตามเวลา และสถานการณ์นั้นๆที่เกิดขึ้น ซึ่ง วิธีคิดในเชิงบวก  (Positive) ช่วยให้ดึงความสามารถที่ฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องที่ดีออกมาใช้ได้เต็มที่ แต่ความคิดในเชิงลบ (Negative) อาจจะนำมาทำลายวงสวิงที่ใช้เวลาฝึกซ้อมมาอย่างดีได้โดยไม่คาดคิดได้ ส่วนใหญ่จะขาดการฝึกซ้อมวิธีคิด และไม่ได้ให้เวลากับวิธีสร้างความคิดและควบคุมอารมณ์ให้มีสมาธิอยู่เสมอ กับเกมส์ตัวเองในสถานการณ์ต่างๆที่จะเกิดขึ้นได้

สเปคไม้กอล์ฟ หรืออุปกรณ์ (Equipment) ที่หลายคนๆมองข้าม และ คิดว่ามีผลน้อยที่สุดต่อเกมส์กอล์ฟตัวเอง เช่นเคยตีกอล์ฟได้ดี แต่กลับตีไม่ได้ / น่าตีไกลมากกว่านี้ ก็คิดเปลี่ยน/ลองอุปกรณ์ไปเรื่อยๆจากรุ่นนี้ไปรุ่นนั้นแบรนด์นี้ไปแบรนด์นั้น (Standard to Standard) จนไม่ทราบว่าอันไหนคือสเปคที่เหมาะกับตัวเองจริงๆ ซึ่งวิธีคิดในเกมส์กอล์ฟ (Mental Mind Set) นี้ก็เข้ามาเกี่ยวข้องในการเลือกอุปกรณ์ที่ดีที่จะสร้างความมั่นใจหรือสร้างความสับสน ในเกมส์กอล์ฟของคุณได้ด้วยเช่นกัน

🆗 แล้วคุณละให้ความสำคัญในแต่ละส่วนใน 3 อย่างนี้มากน้อยอย่างไร? ซึ่งจะบอกได้ว่าเกมส์กอล์ฟคุณนั้น ควรออกมาเป็นอย่างไร

23 สิงหาคม 2562

การเลือกเปลี่ยนก้านไม้กอล์ฟ กับการนำไปใช้จริง

ไม่มีทางทราบได้เลยว่า ก้านเปล่าๆที่ไม่มีสีสรร และไม่มีตัวอักษรบนตัวก้านนั้น ว่าเป็นก้านตัวไหนที่ควรจะเลือกให้เหมาะสมกับนักกอล์ฟสักหนึ่งคนที่ต้องการประโยชน์เพื่อไปใช้จริง

ก้านเปล่าๆก่อนการเติมสีสรรและตัวอักษร
⭕ นอกเสียจากว่า นำก้านนั้นๆมา ชั่ง / วัด / ดีด เพื่อหาคุณสมบัติสเปคของแต่ละก้านจริง นั้นว่าเป็นเช่นไร เช่นหา น้ำหนักก้าน / Flex(CPM) / จุดดีดปลายก้าน (Tip Flex)

⭕ ซึ่งไม่เพียงแต่ทราบสเปคก้านนั้นแล้ว ยังต้องทราบถึงคุณสมบัติของนักกอล์ฟผู้ใช้ ด้วยว่ามี ทักษะสวิง / ความแข็งแรง และสรีะร่างกาย อย่างไร? ที่จะเหมาะสมกับสเปคก้านที่เลือกมานั้น

ท้ายสุดที่สำคัญยิ่งนั่น คือ การประกอบก้านที่ดีทำให้ได้สเปคที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล เช่น ความยาวก้าน / ขนาดกริ๊ป / สวิงเวท และแนวดีดก้าน ที่ให้ได้มีประสิทธิภาพสูงสุดในการนำไปใช้จริง

⭕ ดังนั้นการพิจารณาเลือกเปลี่ยนก้านทั้งที ท่านมีวิธีเลือกเปลี่ยนก้านที่มีหลายร้อยแบบในตลาดกันอย่างไรบ้าง ซึ่งสีสรรตัวอักษรบนก้านหรือราคายังจำเป็นต่อการเลือกนำไปใช้จริงบ้างหรืออย่างไรครับ

19 สิงหาคม 2562

ไม่เคยมีแนวสวิงเดียวในชุดเหล็กแบบเดิมๆ

แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยว่าท่านจะมีแนวสวิงเดียว (One Swing Plane) ในชุดเหล็กแบบเดิมๆที่มีความยาวก้านที่ต่างกัน และยังต้องมีตำแหน่งจรดบอลที่จะเปลี่ยนไปตามความยาวก้านที่ต่างกันอีกด้วย ซึ่งจะสร้างความสับสนกับแนวสวิงที่ต่างกัน ซึ่งทำให้มีการอิมแพคที่ดีและแม่นยำที่สุด (Solid Imapact) จะเป็นไปได้ยากมากๆ

หลายแนวสวิงตามการฝึกซ้อม
⭕ แต่ไม่ว่าท่านจะมีแนวสวิงเป็นเช่นไร แบบตามตำรา หรือ นอกตำราก็ตาม ท่านก็จะสามารถมี One Swing Plane ของท่านเองในทุกๆเหล็กที่หยิบออกมาได้อย่างมั่นใจในทุกๆช๊อตที่ขึ้นกรีน ที่ต้องการความแม่นยำสูง กับ ชุดเหล็กความยาวเท่ากัน (Single Length Irons) (คลิก) ที่มีความยาวก้านเหมือนกันในทุกๆเหล็ก

เลิกสับสนกับตำแหน่งจรดบอลและแนวแนวสวิงที่เปลี่ยนไป ตามความยาวก้านที่ไม่เท่ากันในชุดเหล็กแบบเดิมๆเสียแต่วันนี้ แล้วมาฝึกซ้อมพัฒนาเกมส์กอล์ฟของท่านกับ ชุดเหล็กที่จะช่วยให้ท่านลดความผิดพลาดได้และลดสกอร์ ได้อย่างเห็นผลกันเถอะครับ
แนวสวิงเปลี่ยนตามความยาวก้าน
เปลี่ยนเป็นแนวสวิงเดียวได้ในทุกๆเหล็ก









การเพิ่มระยะ กับ มุมปะทะบอล

⭕ หลายๆท่านปรารถนาการเพิ่มระยะในไดร์ฟเวอร์ และก็คิดว่าความยาวก้านที่ยาวขึ้น กับสวิงเวทที่เพิ่มขึ้น จะทำให้เพิ่มความเร็วหัวไม้ขึ้นได้ และจะได้ระยะเพิ่มขึ้นตามมานั่นเอง แต่เชื่อไหมครับว่า ความยาวก้านที่ยาวเกินไปจะเป็นผลเสียตามมามากกว่าการให้ประโยชน์เสียอีก

⭕ การมี มุมปะทะบอล (AttackAngle) ที่ดีในไดร์ฟเวอร์ ที่เป็น มุมเสย Ascending Hit จะเป็นส่วนผสมที่สำคัญที่จะทำให้ได้ มุมเหิน (Launch Angle) ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด แต่การตีแบบมุมเสยได้ดีนั้น หากท่านมีความยาวก้านที่ยาวเกินกว่าความสามารถ และสรีระ จะพยายามฝึกซ้อมให้ได้อย่างนั้นยากมากครับ

⭕ เพราะตำแหน่งบอลขณะยืนจรด (Ball Position) จะมีบทบาทสำคัญและเกี่ยวข้องด้วยมากๆ ซึ่งหลายๆท่านจะสับสนกับตำแหน่งบอลตรงนี้กัน และจะโดนความยาวก้านที่ยาวเกินไปบังคับให้ได้วงสวิงอย่างที่ไม่ต้องการเป็น เพราะธรรมชาติของการสวิงจะชดเชยโดย ปรับการเล็ง / ปรับการยืน / ปรับหน้าไม้ / ปรับแนวสวิงแบนขึ้น เพื่อไม่ให้ตีหลังลูกบ่อยๆ และก็จะไม่ได้ระยะที่ดี ก็เพราะมุมปะทะบอลไม่ได้เท่าที่ควรเป็นครับ

ความยาวก้านที่เพิ่มขึ้นกับระยะที่เพิ่มขึ้นนั้น หลายๆท่านยังติดกับความคิดนี้มากๆ และต้องสรรหามาใช้จนได้ ซึ่งไม่ทราบว่าจะเกิดผลตามมาอย่างไร เพราะสเปคไม้กอล์ฟ OEM นั้นก็พยายามผลิตให้ไดร์ฟเวอร์มีความยาวก้านยาวกว่าปกติ มีองศาหน้าไม้ที่ต่ำ และมีองศาให้เลือกน้อยมาก นั่นก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่จำกัดในการพัฒนาเกมส์ของนักกอล์ฟสมัครเล่นในปัจจุบันนี้ครับ

(Cr: Photo from Golf Distillery)

11 กรกฎาคม 2562

ตำแหน่งมือ และตำแหน่งบอลขณะยืนจรด (Set Up)

หลายๆคนตีลูกกอล์ฟได้ไม่หนักแน่น (Non Solid Impact) ซึ่งเป็นผลให้ไม่ได้ระยะที่ควรได้ ขาดการควบคุมทิศทาง และที่เป็นประเด็นเกี่ยวข้องในเรื่องของ Club Fitting ก็คือ ตำแหน่งลูกฯ (Ball Position) และ ตำแหน่งของมือกับลูกกอล์ฟขณะยืนจรด (Shaft Leaning Effects) เมื่อความก้านฯไม่เหมาะสม หรือเปลี่ยนไป

⭕ ตำแหน่งบอลที่ทำให้สับสน และไม่แน่ใจก็เป็นเพราะ ความยาวก้านไม้กอล์ฟ (Shaft Length) ที่เปลี่ยนไป หรือความยาวแต่ละไม้ฯที่ไม่เท่ากัน ทำให้ ตำแหน่งบอลต้องเปลี่ยนไปตามความยาวก้าน ถึงจะมีโอกาสทำให้อิมแพคได้ดี หากยิ่งความยาวไม้กอล์ฟไม่เหมาะสมกับสรีระ และความสามารถแล้ว ยิ่งส่งผลการอิมแพคไม่หนักแน่นเช่นกัน เพราะเป็นผลทำให้ ความเร็วลูกกอล์ฟ (Ball Speed) ออกจากหน้าไม้ไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นที่มาของ Smash Factor ที่ต่ำ

⭕ เมื่อตำแหน่งบอลต้องเปลี่ยนไปตามความยาวก้าน และตำแหน่งมือก็ต้องเปลี่ยนไปตามตำแหน่งบอลด้วยเช่นกัน และทำให้ ความเอียงแนวก้าน (Shaft Leaning) เปลี่ยนไปที่ด้วย มีผลทำให้องศาหน้าไม้ขณะอิมแพค (Dynamic Loft Angle) เปลี่ยนตามไปด้วยเช่นกัน ซึ่งจะทำให้ระยะ และการควบคุมมีโอกาสมาพร้อมกันได้น้อยมาก ซึ่ง ตำแหน่งมือขณะยืนจรดควรจะค่อยๆเริ่มเปลี่ยนมานำหน้าตำแหน่งบอลเมื่อความยาวก้านไม้กอล์ฟที่สั้นลง (เหล็กสั้น)

⭕ สิ่งเหล่านั้นเป็นผลมาจากการ Set Up ที่คุ้นชินกับอุปกรณ์ที่ใช้ในการฝึกซ้อม ถ้าอุปกรณ์ที่มีความยาวก้านที่ยาวเกินไป (ส่วนใหญ่เป็นเช่นนั้น) เพราะใช้ไม้กอล์ฟสำเร็จรูป (OEM) มาใช้ฝึกซ้อม และไม้กอล์ฟเหล่านั้นจะเปลี่ยนการ Set Up เปลี่ยนแนวสวิงของท่านโดยไม่รู้ตัว ทำให้อิมแพคได้ไม่หนักแน่น เพราะสาเหตุมาจากความยาวก้าน และตำแหน่งบอล/ตำแหน่งมือที่เปลี่ยนไปนั่นเอง ดังนั้นการเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ไม่มีเป้าหมายจะมีผลกระทบต่อวงสวิงคุณอย่างแน่นอนครับ

(Cr: Photo from Golf Distillery)

29 มิถุนายน 2562

กอล์ฟไม่ใช่เกมส์ของความสมบูรณ์แบบ 2

" Golf is not the Game of Perfect 2 "

⭕ กอล์ฟนับได้ว่าเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะกอล์ฟให้อะไรได้หลายๆอย่างมากกว่าคำว่ากีฬา กอล์ฟให้ความเป็นตัวเองสูงมาก กอล์ฟแข่งกับตัวเอง แข่งกับความคิดตัวเอง และความรับผิดชอบตัวเอง หากเรียนสวิงกอล์ฟมาแล้วไม่นำซ้อมก็ตีกอล์ฟไม่ได้ หรือทั้งๆที่รู้ก็ยังทำไม่ได้ก็เห็นกันบ่อย เพราะความคิด และลงมือทำซ้ำๆบ่อยๆใช้ได้ในเกมส์กอล์ฟ และชีวิตจริงเสมอ

กอล์ฟตอบโจทย์การเข้าทางสังคมได้ดีในทุกเพศทุกวัย เห็น CEO คุยกับพนักงานระดับล่างเรื่องกอล์ฟได้อย่างสนุกสนานบนโต๊ะทานอาหารร่วมกันได้ ซึ่งใน ปัจจุบันเยาวชนหันมาเล่นกอล์ฟกันมากขึ้น เพราะพ่อแม่เห็นเป้าหมายปลายทางแล้วว่า กอล์ฟให้อะไรได้มากจริงๆ หากประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้ แต่กีฬากอล์ฟก็ตามมาด้วยต้นทุนที่สูงด้วยเช่นกัน หากไม่เป็นไปตามที่หวังไว้

กอล์ฟคือเกมส์ที่เล่นบนสนาม 5"(สมอง)ที่อยู่ระหว่างหูนั่นเอง
กอล์ฟเป็นกีฬาที่รอการผิดพลาดอยู่เสมอ ทำได้ในการฝึกซ้อม แต่กลับนำมาใช้จริงในการแข่งขันไม่ได้ เพราะสถานการณ์ และสิ่งแวดล้อมต่างกัน บางครั้งคิดว่าต้องทำได้ แต่ก็ทำไม่ได้ก็มี เพราะกอล์ฟไม่ใช่แข็งแรงกว่าตัวใหญ่กว่าจะมีชัยเสมอ กอล์ฟไม่ใช่แข่งขันทางทักษะร่างกาย (Physical Game) แต่ยังมีเกมส์ความคิด (Mental Game) ที่มีผลกระทบต่อการเล่นมากกว่าครึ่งเสียอีก หากตั้งใจมากคาดหวังมากก็อาจจะไม่เป็นผลเลยก็ได้ ความคิดจะนำพาร่างกายไม่เป็นไปตามธรรมชาติที่ควรเป็น มันถึงมีเสน่ห์ที่ทุกๆคนมีสิทธิเท่ากัน

⭕ ซึ่งในปัจจุบันศาสตร์การเรียนรู้ในกีฬากอล์ฟมีมากขึ้น แต่ควรเลือกใช้ให้ได้ประโยชน์และเหมาะสมกับแต่ละคน ซึ่งการฝึกซ้อมแบบนี้ทำให้คนนั้นได้แชมป์ แต่อาจไม่เหมาะกับคนอีกคนได้ กอล์ฟเป็นเกมส์ที่เล่นให้ดี เหมือนๆกันทุกๆครั้งเป็นไปได้ยากมาก ต้องมีวิธีฝึกวิธีคิดในการเล่นอยู่เสมอ ทำให้เป็นอัตโนมัติเป็นนิสัยเลยก็ว่าได้ เพราะ กอล์ฟไม่ใช่เกมส์ของความสมบูรณ์แบบ 

⭕ กอล์ฟสอนให้รู้จักการแก้ไขปัญหาที่ดีเมื่อเจออุปสรรค จงสนุกกับการแก้ปัญหาในเกมส์กอล์ฟ เพราะไม่มีช๊อตดีในทุกๆช๊อตที่เป็นอย่างใจคิด แม้กระทั่งระดับท๊อปอาชีพในทัวร์ก็ตาม

กอล์ฟไม่ใช่เกมส์ของความสมบูรณ์แบบ 1

" Golf is not a Game of Perfect 1 "

กีฬากอล์ฟใช่ใครอยากจะเล่นแล้ว ก็สามารถลงมาเล่นได้ทันทีเพื่อความสนุกสนาน หรือเพื่อสันทนาการเหมือนอย่างกีฬาอื่นๆบางชนิด ที่ไม่ต้องการทักษะความสามารถทางกีฬา หรือการฝึกซ้อมอะไรมากนัก ก็สามารถร่วมลงเล่นกีฬานั้นได้ แต่คงไม่น่าใช่สำหรับ...กีฬากอล์ฟ

⭕ กอล์ฟเป็นกีฬาที่ต้องการ การตัดสินใจและความมั่นใจตัวเอง ว่าต้องการเล่นกอล์ฟจริงๆ ซึ่งนั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกีฬาประเภทนี้เท่านั้น ว่าเป้าหมายท่านต้องการอะไรจากกอล์ฟ และกอล์ฟจะให้อะไรท่านบ้าง?? ต่อจากนั้นดูที่ความตั้งใจจริงในการฝึกซ้อม / เรียนรู้ / ค้นหา / ใส่ใจอย่างไร?? ที่จะสามารถผ่านกีฬากอล์ฟในแต่ละระดับได้

⭕ กอล์ฟจะเล่าเรื่องของตัวมันเองว่า คุณเป็นคนแบบไหน ตามระยะเวลา และความตั้งใจของการเล่นกอล์ฟว่าคุณตั้งใจจริง / ขยันอดทนมุ่งมั่น / การแก้ปัญหา / การควบคุมอารมณ์ / มารยาทนิสัยส่วนตัว / การเข้าสังคมกับผู้อื่นว่าเป็นอย่างไร กับคนในก๊วนที่เล่นกันมานาน หรือกับคนที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน กอล์ฟก็ยังทำให้เห็นนิสัยเพื่อนที่แท้จริงได้ ว่าจะรักกันมากยิ่งขึ้น หรือทำให้ก๊วนแตกเลยก็มีให้เห็นมาแล้ว

⭕ กอล์ฟจะมีการวัดระดับการพัฒนาฝีมือในแต่ละระดับ เช่น เบรค100/เบรค90/เบรค80 ไปจนถึงเป็นระดับอาชีพ ซึ่งบางคนเริ่มเล่นกอล์ฟแล้วยังไม่ผ่านระดับแรกก็เลิกเล่นไปเสียแล้วก็มี อย่างที่ว่าไม่มีทางลัดสำหรับกีฬากอล์ฟ มันวัดกันว่าท่านเป็นคนแบบใด ซึ่งก็มีหลายคนที่ชอบกอล์ฟกล่าวไว้ว่า เอาอะไรมาแลกกับกอล์ฟก็ไม่ยอม เรียกว่า ติดกอล์ฟไปแล้วเลิกยาก จนกว่าไม่มีแรงจะยกไม้กอล์ฟได้จริงๆ

⭕ ถึงแม้หลายๆคนที่ตั้งใจอยากจะประสบความสำเร็จในกีฬากอล์ฟจนเป็นโปรฯอาชีพมีชื่อเสียงล่าเงินรางวัลในทัวร์อย่างที่เห็นกันในปัจจุบัน แต่ทราบไหมครับว่า เขาเหล่านั้นฝ่าฟันอุปสรรคมามากขนาดไหนถึงจะยืนหยัดได้เช่นนั้น ซึ่งการเทรินโปรฯอาชีพได้ นั้นก็ยังเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของการเดินทางระดับอาชีพเท่านั้น เพราะกีฬากอล์ฟยังรอการพิสูจน์ตัวคุณเองนั้นว่าในทัวร์เป็นอย่างไร เพราะคุณต้องเรียนรู้ และเข้าใจว่า "กอล์ฟไม่ใช่เกมส์ของความสมบูรณ์แบบ"

30 พฤษภาคม 2562

ฟิตติ้งขนาดกริ๊ป (Fitting Grip Size) 1

⭕ นักกอล์ฟหลายท่านใช้ไม้กอล์ฟโดยเคยไม่ทราบว่า ขนาดกริ๊ป (Grip Size) ของไม้กอล์ฟที่ตัวเองใช้อยู่มี ขนาดใหญ่ หรือเล็กกว่า หรือพอดี กับขนาดมือของตัวเอง ก็ใช้ไปๆโดยใช้ความรู้สึก และสามารถตัวเอง ปรับการสวิงให้เข้ากับขนาดกริ๊ปของไม้กอล์ฟนั้นๆได้ และก็ไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงที่ตีไม่ดีเพราะอะไร

⭕ ซึ่งขนาดกริ๊ปของบางท่านมีขนาดที่แตกต่างกัน เช่น ไดร์ฟเวอร์ / แฟร์เวย์ มีขนาดอย่างหนึ่ง หรือ ไดร์ฟเวอร์อย่างแฟร์เวย์อีกอย่าง หรือในชุดเหล็กมีอีกขนาดกริ๊ปแบบหนึ่ง และชุดเวจด์ก็มีขนาดกริ๊ปที่ต่างไปจากชุดเหล็กด้วย เพราะซื้อมาคนละครั้ง หรือต่างชุดกัน ซึ่งจะสร้างความสับสนในการสวิงที่เหมือนๆกันให้ดีขึ้นได้อย่างไร

⭕ ซึ่ง ขนาดกริ๊ปนั้นเป็นส่วนสำคัญในอันดับแรกๆ ที่จะทำให้วงสวิงของท่านเสถียรได้หรือไม่อย่างไร เพราะขนาดกริ๊ปมีผลกระทบต่อ การอิมแพคที่หนักแน่น (Solid Impact) และมีผลกระทบที่ทำให้หน้าไม้สแควร์ กับ เป้าหมายของการเล็งก่อนสวิงทุกๆครั้ง

⭕ เพราะ ขนาดกริ๊ปที่เล็กกว่าขนาดมือ (ต้องจับให้แน่น) จะมีผลให้หน้าไม้ปิดเร็วขึ้น และ ขนาดกริ๊ปที่ใหญ่กว่าขนาดมือ (จับไม่กระชับ) จะทำให้หน้าเปิดได้ง่าย และทั้งสองแบบจะทำให้อิมแพคไม่หนักแน่น นอกจากนั้นหากมีขนาดกริ๊ปไม้กอล์ฟที่ใช้ แบบจับฉ่าย (หลายๆขนาด) ลองคิดได้เลยว่าท่านจะมีความเสถียร และสม่ำเสมอในการสวิงได้อย่างไร ท่านก็จะปรับตัวให้เข้ากับไม้ฯ ที่มีขนาดกริ๊ปแตกต่างกันไป จนสับสนในการเล็ง หรือการสวิงเปลี่ยนไปด้วยนั่นเอง

⭕ หากมีโอกาสจะเปลี่ยนกริ๊ปทั้งทีในแต่ละครั้ง ควรทำฟิตติ้งขนาดกริ๊ป (Grip Size Fitting) ด้วยทุกครั้ง ไม่ใช่แค่มีกริ๊ปใหม่ แทนที่กริ๊ปเก่าเท่านั้น การเปลี่ยนขนาดกริ๊ปที่เหมาะจะทำให้ได้ระยะที่ดี และเพิ่มความแม่นยำมากขึ้น อย่าโทษแต่วงสวิงไม่ดีแต่อย่างเดียว เพราะอุปกรณ์ที่เหมาะสมจะช่วยส่งเสริมวงสวิงให้ดีได้ด้วย (แบบไม่หลงประเด็น)

ฟิตติ้งขนาดกริ๊ป (Fitting Grip Size) 2

⭕ ที่ทราบมาแล้วว่า ขนาดกริ๊ป (Grip Size) มีผลต่อการสวิง และหากใช้ไม้กอล์ฟที่มีขนาดกริ๊ปไม่พอดีกับขนาดมือมาฝึกซ้อม นักกอล์ฟก็จะปรับและชดเชยวงสวิงให้เข้ากับไม้กอล์ฟนั้นเองโดยธรรมชาติ และจะจดจำการสวิงที่ปรับเพื่อให้ตีได้นั้น โดยไม่ทราบว่าขนาดกริ๊ปนั้น มีผลทำให้ชดเชยการสวิงที่ควรจะเป็น
ขนาดมือที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล
⭕ และหากเปลี่ยนกริ๊ป หรือเปลี่ยนก้านโดยไม่ทราบสเปคขนาดกริ๊ปเดิม หรืออาจจะเปลี่ยนอุปกรณ์ในรุ่นใหม่ๆเลย ก็เท่ากับว่าท่านต้องมาเริ่มฝึกความจำกล้ามเนื้อในการสวิงใหม่ ตามสเปคไม้กอล์ฟที่เปลี่ยนไปนั้นด้วย ซึ่งนักกอล์ฟที่ชอบเปลี่ยนอุปกรณ์โดยไม่รู้สาเหตุ หรือไม่รู้สเปคจริงของตัวเอง (นักกอล์ฟแฟชั่น) ก็จะเป็นนักกอล์ฟที่หาการพัฒนาเกมส์กอล์ฟได้ค่อนข้างยาก

การฟิตติ้งขนาดกริ๊ป (Fitting Grip Size) ไม่ควรใช้ความรู้สึกวัดขนาดกริ๊ปว่าพอดีหรือไม่ เพราะขนาดกริ๊ป จะเปลี่ยนไปตามขนาดก้าน (Butt Diameter) และขนาดกริ๊ปเปล่า (Core Size) รวมถึงชั้นเทป (Masking Tape) ที่รองเพิ่มบนก้านก่อนใส่กริ๊ป เพื่อให้พอดีกับขนาดมือของแต่ละคนที่แตกต่างกัน (ไม้ฯ OEM คงไม่มีขนาดกริ๊ปให้เลือกหลายขนาดแน่ๆครับ)

⭕ ซึ่งเห็นหลายท่านชอบเปลี่ยนกริ๊ปเพื่อประโยชน์ของสวิงเวท โดยใช้น้ำหนักกริ๊ปที่หนัก/เบา แต่รู้ไหมครับว่ามันไม่ตรงประเด็น นั่นควรเป็นการเพิ่ม/ลดน้ำหนักรวมไม้กอล์ฟมากกว่า ตำแหน่งกริ๊ป คือ จุดยึด หรือจุดหมุนของการดีดก้านที่อยู่ในมือ จะไม่มีอะไรไปเปลี่ยนการดีดก้านใหม่เลย ก้านยังคงดีดเหมือนเดิม **ควรให้ความสำคัญกับขนาดกริ๊ปดีกว่าครับ เพราะขนาดกริ๊ปที่ดีให้ผลต่อการสวิงที่ดีกว่าครับ**

12 พฤษภาคม 2562

One Swing One Length with One Total weight

น้ำหนักรวมไม้กอล์ฟ (Total Weight) ที่ต่างกัน มีผลต่อการสวิงที่ไม่คงที่ และไม่สม่ำเสมอ

⭕ ตามที่ทราบกันบ้างแล้วว่า กีฬากอล์ฟเป็นกีฬาใช้การฝึกซ้อมวงสวิงที่ซ้ำๆ ที่จะทำให้เกิด ความจดจำกล้ามเนื้อ (Memory Muscle) ดังนั้นน้ำหนักรวมไม้กอล์ฟ (Total Weight) และความอ่อนแข็งก้านไม้กอล์ฟ (Flex) จึงจำเป็นต้องมีความคล้ายกัน หรือเหมือนกัน ที่จะทำให้ได้ความรู้สึกในการฝึกซ้อมที่จดจำวงสวิงนั้นได้ง่ายขึ้น ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และจะเป็นผลเสียหากนักกอล์ฟมีการเปลี่ยนอุปกรณ์ หรือสเปคบ่อยครั้งเกินไปเช่นกัน

⭕ เช่นเดียวกันในชุดเหล็กชุดเดียวกันที่ต้องการความเสถียรสม่ำเสมอ และแม่นยำสูงสุด ซึ่งเหล็กทุกๆควรมีน้ำหนักรวมไม้ฯที่เหมือนกัน / Flex ที่เหมือนกัน หรือความยาวก้านเดียวกัน ที่จะให้ความรู้สึกในการสวิงที่เหมือนกัน ที่ ชุดเหล็กความยาวเท่ากัน (Single Length Irons) ที่ให้คุณประโยชน์ดังกล่าวสนับสนุนให้นักกอล์ฟเกิดความแม่นยำมากที่สุด โดยเฉพาะช๊อตขึ้นกรีน ในทุกๆเหล็กที่หยิบขึ้นมา ไม่ว่าจะเหล็กเบอร์ไหนก็ตาม และความผิดพลาดย่อมลดลงอย่างแน่นอน

⭕ ซึ่งชุดเหล็กแบบเดิม (Conventional Irons) ในเหล็กแต่ละเบอร์นั้น หากนำมาชั่งหาน้ำหนักรวมไม้กอล์ฟจะต่างกันในทุกๆเหล็ก ก็เพราะน้ำหนักใบเหล็กยาวจะเบากว่าใบเหล็กสั้นทุกๆ 7-8 กรัมในเหล็กทุกๆ 1 เบอร์ที่สั้นลง ซึ่งสรุปน้ำหนักใบเหล็กเปล่าของเหล็ก 5 จะเบากว่าใบเหล็ก PW ถึงประมาณ 30 กรัม (ลองนำเหล็กออกมาชั่งดูก็ได้ครับ) ดังนั้น เหล็กทุกๆชิ้นจะมีน้ำหนักรวมไม้กอล์ฟที่ไม่เท่ากันอย่างแน่นอน แล้วจะทำให้การฝึกซ้อมความจำกล้ามเนื้อในวงสวิงเหมือนกันได้อย่างไร?? 

⭕ เคยสังเกตุไหมครับว่า ทุกท่านตีเหล็กดีในแต่ละวันจะไม่เหมือนกัน ส่วนใหญ่จะมั่นใจในเหล็กที่สั้น หรือ บางวันตีเหล็กยาวได้ แต่จะมาเพี้ยนในเหล็กสั้นอีก จะหาวันที่พอดีพร้อมๆกันได้ยากมากๆ นั่นเป็น สาเหตุของอุปกรณ์ที่น้ำหนักต่างกันเข้ามาเกี่ยวข้องทำให้จังหวะสวิงสับสนได้ ซึ่งไม่อาจโทษว่าเพราะเราสวิงไม่ดีเอง เพราะกีฬากอล์ฟนั้นย่อมมีส่วนที่ Error ของการสวิงนั้นเป็นเรื่องปกติ แต่อยากนำเสนอว่า หากอุปกรณ์ที่มีสเปคไม้ฯที่เหมือนๆกันในทุกๆเหล็กแล้ว จะช่วยลดความผิดพลาด และสนับสนุนวงสวิงให้เสถียรมากขึ้น คงที่และแม่นยำขึ้นจะดีกว่าไหมครับ?? ลองพิจารณาดูกันนะครับ

ชุดเหล็กความยาวเท่ากัน / น้ำหนักรวมเท่ากัน

13 มีนาคม 2562

ก้าน OEM ที่ติดไม้ฯจากโรงงาน กับ ก้านโมดิฟายในชื่อเดียวกัน

⭕ มีนักกอล์ฟหลายๆคนเข้าใจว่า ก้านโมฯ หรือ ก้านโมดิฟาย ที่ประกอบติดกับไม้กอล์ฟมาสำเร็จจากโรงงานที่วางจำหน่ายทั่วไปนั้น จะเหมือนกับ ก้านโมดิฟายที่มีชื่อแบรนด์เดียวกัน ที่แยกจำหน่ายต่างหาก เพื่อประโยชน์ในการโมดิฟาย/ฟิตติ้ง อย่างแท้จริง เพราะเลือกประกอบได้หลายหลากตรงประเด็นได้มากกว่า (ไม่ได้มีเพียง 2 Flex / R, S เท่านั้น) และสามารถจัดสเปคต่างๆ ให้ตรงคู่กับ หัวไม้ / ใบเหล็กที่นำมาประกอบร่วมกัน เพื่อเหมาะกับนักกอล์ฟหนึ่งคนเท่านั้น

ก้านโมฯที่ติดกับไม้ฯสำเร็จมาจากโรงงานผลิตเพื่อวัตถุประสงค์กับกลุ่มตลาดส่วนใหญ่ ผลิตที่ละมากๆ ซึ่งในปัจจุบัน บริษัทฯไม้กอล์ฟ ใช้ชื่อบริษัทฯผลิตก้านโมฯ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับไม้กอล์ฟในรุ่นๆหนึ่ง จะได้ดูแตกต่างว่ามีชื่อบริษัทก้านโมฯติดไม้ฯมาด้วย ทำให้ดูดีกว่าที่จะใช้ชื่อก้านฯที่เป็นชื่อเดียวกับบริษัทฯผลิตไม้กอล์ฟนั้น ซึ่งเพิ่มมูลค่าได้ และนักกอล์ฟทั่วไปก็พากันเข้าใจว่าได้ก้านฯที่ติดไม้ฯมาดีเช่นเดียวกับก้านโมดิฟาย ที่ทำกันในร้านฟิตติ้ง หรือร้านขายก้านฯโดยเฉพาะ

⭕ อย่างไรก็ดี การโมดิฟาย หรือ การฟิตติ้งก้านไม้กอล์ฟ (Shaft Fitting) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับไม้กอล์ฟ ไม่ใช่เพียงแค่เปลี่ยนก้านฯที่มีชื่อบริษัทก้านฯ หรือสีสรรที่เราคุ้นเคยเท่านั้น การประกอบก้านฯก็สำคัญมากๆ ไม่ใช่แค่เสียบก้านฯให้เข้ากับหัวไม้ โดยไม่มีการวิเคราะห์ Flex ก้าน (CPM) / ความยาวก้าน / แนวดีดก้าน / ทำขนาดกริ๊ปไซด์ ที่ให้เหมาะกับสรีระ และทักษะของผู้ใช้แล้ว นั่นก็ไม่ต่างอะไรกับไม้กอล์ฟที่ผลิตสำเร็จจากโรงงานออกมาวางจำหน่ายทั่วไปนั่นเองครับ

11 กุมภาพันธ์ 2562

สเปคไม้กอล์ฟที่ไม่เหมาะ สามารถเปลี่ยนวงสวิงได้

ฟิตติ้งขนาดกริ๊ป (Grip Fitting)

นักกอล์หลายๆท่านไม่เคยทราบเลยว่า ขนาดกริ๊ป (Grip Size) ในไม้กอล์ฟทั้งหมดของตัวเองนั้น มีขนาดกริ๊ปพอดีกับ #ขนาดมือของตัวเราเอง หรือไม่?? หรือเป็น แบบจับฉ่าย คือ ไดร์ฟเวอร์อาจมีขนาดแบบนึง และแฟร์เวย์วูด หรือชุดเหล็กก็มีอีกขนาดต่างกัน ซึ่งผู้ใช้เองก็ไม่ทราบ ได้แต่ปรับตัวเองให้เข้ากับไม้กอล์ฟไปเรื่อย ให้พอตีได้ ผิดบ้างเพี้ยนบ้างคงเป็นเรื่องของวงสวิงไม่ดีเอง

การฟิตติ้งขนาดกริ๊ปช่วยเพิ่มความแม่นยำ
เมื่อไร ขนาดกริ๊ปที่ใหญ่กว่าขนาดมือตัวเอง จะทำให้จับกริ๊ปได้ไม่กระชับมือ การอิมแพคขาดความหนักแน่น โอกาสทำให้หน้าไม้เปิดขณะอิมแพคได้ง่ายกว่า และทิศทางลูกกอล์ฟจะไปทางด้านขวามากกว่า (สำหรับคนตีขวา) ด้วยเหตุนี้เมื่อลูกไปทางด้านขวาบ่อยๆครั้งในการฝึกซัอมโดยไม่รู้สาเหตุ นักกอล์ฟก็จะพยายามชดเชยการตี เปลี่ยนการเล็ง / ปิดหน้าไม้มากขึ้น / ขยับเปลี่ยนตำแหน่งบอล เพื่อที่จะเปลี่ยนทิศทางลูกฯที่ออกไปทางขวา ให้กลับมาทางด้านซ้ายให้ได้โดยอัตโนมัติแบบไม่รู้ตัว

และสำหรับ ขนาดกริ๊ปที่เล็กกว่ามือ จะมีผลทำให้ทิศทางของลูกกอล์ฟไปทางด้านซ้ายได้ง่ายกว่า จับกริ๊ปจะหลวมไม่กระชับ การพลิกของหน้าไม้ง่ายกว่า ก็พยายามฝึกซ้อมโดยการปรับวงสวิงชดเชยเช่นกัน โดยไม่ทราบว่าขนาดกริ๊ปไม่พอดีกับขนาดมือ

ส่วนใหญ่นักกอล์ฟจะไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงว่าเป็นเพราะเหตุใด ก็ทำการฝึกซัอม และใช้กริ๊ปที่มีขนาดใหญ่ หรือเล็กกว่าขนาดมือไปจนคุ้นเคย และชินกับการสวิงของตัวเองที่ได้ชดเชยไปเรียบร้อยแล้ว และถ้าหากไปใช้กริ๊ปในไม้กอล์ฟอื่นๆที่มีขนาดพอดีมือแล้ว การฝึกซ้อมวงสวิงก็จะเกิดอาการสับสน และจดจำวงสวิงหลายๆแบบ ที่ไม้ฯนี้ต้องตีต้องยืนจรดแบบนี้ และไม้ฯนั้นต้องทำแบบนั้น สรุปทำให้เกมส์กอล์ฟตัวเองเล่นยากขึ้นมาก เพราะสาเหตุเพียงจุดเล็กๆของขนาดกริ๊ปที่ไม่พอดีมือนั่นเอง

20 มกราคม 2562

การเลือกชุดเวดจ์ที่มีประสิทธิภาพ

///  W e d g e  T a l k # 3 ///

⭕ เมื่อสองตอนที่แล้วพูดเรื่องการเลือกชุด Wedge ในเรื่องของ องศาหน้าไม้ (Loft Angle) ว่าควรไล่เรียงจากชุดเหล็ก และ องศาบาวซ์ (Bounce Angle) ที่ควรมีองศาที่หลายหลากให้เหมาะกับการเล่นในพื้นผิวสนามรอบๆกรีนที่แตกต่างกัน

⭕ ซึ่งในตอนนี้จะพูดถึงเรื่องของ น้ำหนักรวมไม้กอล์ฟ (Total Weight) ที่ต่างกันนั่นเป็นเพราะชุดเวดจ์จะขายแยกจากชุดเหล็ก และส่วนใหญ่ชุดเวดจ์จะมีก้านที่ขายติดมาเป็นก้านเหล็กที่หนัก และแข็ง มีสวิงเวทที่มาก (หาก้านน้ำหนักเบาที่ติดมาน้อยมากๆ) ซึ่งจะเหมาะกับนักกอล์ฟที่แข็งแรง และใช้ก้านใน ชุดเหล็กเป็นก้านเหล็ก (Steel Shaft) ที่น้ำหนักที่ไล่เรียงไม่ห่างกันมาก จึงเหมาะสมและใช้งานโดยไม่รู้สึกแต่ต่างและลงตัว

จัดระเบียนน้ำหนักรวมก้านทั้งชุดเหล็ก และเวดจ์
⭕ เพราะส่วนสำคัญในช๊อตขึ้นกรีนที่มีชุดเวดจ์ที่น้ำหนักรวม กับชุดเหล็กไม่ไปด้วยกัน เช่นน้ำหนักก้านในชุดเหล็กเบา และต่างจากชุดเวดจ์มาก จะทำให้ จังหวะการสวิง (Swing Tempo) เปลี่ยน และจดจำการสวิงที่ดี ระหว่างชุดเหล็ก กับ ชุดเวดจ์ได้ยาก ทำให้ช๊อตขึ้นกรีนขาดความแม่นยำในการทำคะแนน และจะสับสนกับการสวิง ที่ได้บ้างไม่ได้บ้างเป็นส่วนใหญ่

⭕ ดังนั้นลองเช็คอุปกรณ์ของตัวเองดูสิครับว่า ก้านในชุดเวดจ์ กับ ชุดเหล็กของท้านไปด้วยกันได้ไหม เช่น น้ำหนักก้าน / ความยาวก้าน / สวิงเวท / ขนาดกริ๊ป ซึ่งสิ่งเหล่านี้ที่ทำให้ความแม่นยำ และแน่นนอนในช๊อตทำคะแนนหายไป เพราะชุดเหล็ก กับ ชุดเวดจ์ควรเป็นสเปคไม้ฯ ที่ไล่เรียงน้ำหนัก และความรู้สึกวนการสวิงที่คล้ายๆกันไล่ลงมา

⭕ อย่าปล่อยให้ความรู้สึกในการสวิงนั้นติดตัวไปนาน ควรนำชุดเหล็ก กับชุดเวดจ์ มาปรึกษา Professional Clubfitting และจัดระเบียบน้ำหนักรวม (Total Weight) ใหม่ในชุดเหล็ก/เวดจ์ ในสัมพันธ์กันดีกว่าไหมครับ??

15 มกราคม 2562

การเลือกชุดเวดจ์ให้มีประสิทธิภาพ

/// W e d g e  T a l k  # 2  ///

⭕ การเลือกมีชุด Wedge เมื่อตอนที่แล้วให้เลือกดูที่ องศาหน้าไม้ (Loft Angle) ที่ไล่เรียงต่อมาจาก PW, Pitching Wedge ที่ควรมีองศาหน้าไม้ที่ไม่ห่าง หรือใกล้กันจนเกินไป ที่จะทำให้ระยะที่ได้จะห่าง หรือได้ใกล้กันไปด้วย สำหรับตอนนี้ควรเลือกดูที่องศาบลาวซ์  Bounce Angle หรืออาจแปลว่า มุมกระดอน ก็พอได้แต่จะไม่ค่อยเรียกกัน

⭕ ในทุกๆเหล็กจะมีองศาบลาวซ์ และเมื่อองศา Loft มากขึ้นองศา Bounce ก็จะมากขึ้นตามด้วย แต่ในชุดเวดจ์จะมีการออกแบบ Bounce Angle ให้มีหลายหลาก เพื่อให้เหมาะกับการเล่นในอุปสรรคพื้นผิวสนามที่ออกแบบไว้แตกต่างกันรอบๆกรีน เพราะฉนั้นการเลือกมี Bounce ในชุดเวดจ์ไม่ควรเลือกให้มีองศาบาวซ์ที่เหมือนกันทั้งหมด

Low Bounce (4ํ-8ํ องศา) เหมาะกับการเล่นในพื้นผิวหญ้า หรือทรายที่ เตียน/แน่น /เรียบ องศาบาวซ์ที่น้อยจะช่วยป้องกันการตีหลังลูก / ตีท๊อป จะช่วยการตีสอดลูกฯ ผ่านลูกได้ดี

High Bounce (10ํ-14ํ องศา) เหมาะกับเล่นในพื้นผิวที่นุ่มสุย / หญ้าฟู / ทรายร่วน เพราะองศาบาวซ์ที่มากจะช่วยให้ตีไม่ลอดลูกฯ ผ่านพื้นผิวที่นุ่มซุยแบบนี้โด้โดยดีช่วยลดมุมชัน/ขุดด้วยมุมกระดอน

⭕ หากการเลือกมีชุดเวดจ์ที่มีองศาบาวซ์ที่เหมือนกันจะไม่ช่วยให้ท่านมีการเล่นรอบๆกรีน Short Game ได้หลายหลากในแต่ละพื้นผิวของแต่ละอุปสรรคที่ออกแบบไว้ต่างกันได้ และนอกจากนั้นการฝึกซ้อม และวิธีของการสวิงในชุดเวดจ์นี้จำเป็นต้องในเวลากับมันมากพอสมควรด้วยครับ

8 มกราคม 2562

การเลือกชุดเวดจ์ให้เหมาะสมและเข้ากับชุดเหล็ก

/// W e d g e  T a l k  # 1  ///


ชุด Wedge ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของชุดเหล็ก แต่ออกวางจำหน่ายแยกกัน เลยทำให้เหมือนว่าเป็นคนละชุด และทำให้นักกอล์ฟส่วนใหญ่ไม่ค่อยใส่ใจในการเลือกมีชุด Wedge ที่เหมาะสม และมีสเปคที่เข้ากันได้ดีกับชุดเหล็ก ทั้งสเปคก้าน / Flex / องศาหน้าไม้ (Loft Angle) ที่ควรไล่เรียงต่อจากชุดเหล็กอย่างเหมาะสมลงตัว มิฉนั้นแล้วจะทำให้ผลงานของ Short Game ในการลดสกอร์จะด้อยลงทันที

ซึ่งชุด Wedge ที่วางจำหน่ายทั่วไปในปัจจุบัน จะมีองศาหน้าไม้ให้เลือกหลายหลาก และสิ่งแรกที่นักกอล์ฟควรเลือกที่สุด คือ องศาหน้าไม้ที่ต้องสัมพันธ์ กับ PW (Pitching Wedge, 46ํ-48ํ องศา) เหล็กตัวสุดท้ายในชุดเหล็กว่า..ควรมีองศาหน้ไม้เท่าไร ซึ่งเป็นที่มาของระยะที่ต้องการต่อเนื่องมา คือ GW (Gap Wedge, 50ํ-52ํ องศา) ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่เข้าใจ และข้ามไปเลือกมี SW (Sand Wedge, 54ํ-56ํ องศา) แทน และทำให้เกิดช่องว่างของระยะในช๊อตขึ้นกรีนที่ขาดความแม่นยำ

ดังนั้นควรรู้องศาหน้าไม้ในชุดเหล็กทุกเบอร์ โดยเฉพาะ PW และตรวจเช็ควัดจริง เพื่อที่จะเลือกมีองศาหน้าไม้ของ ชุดWedge ตัวแรก ได้อย่างถูกต้อง และตามด้วย Wedge ตัวที่สอง ที่จำเป็นต้องมีช่วงห่างขององศาหน้าไม้ที่สัมพันธ์กันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเหมือนกันกับ ช่วงห่างขององศาหน้าไม้ในชุดเหล็ก ที่เป็นที่มาของระยะห่างกันที่ได้ของเหล็กแต่ละเบอร์นั่นเอง (10-15 หลา)

การเลือก Putter ควรเลือกที่แบบคอไม้

⭕ การเลือกใช้ Putter ใช่ว่าเลือกซื้อเพราะชื่อยี่ห้อ หรือรุ่นที่ชอบถูกใจ ที่คนรู้จักเท่านั้น ควรเลือกในส่วนที่สำคัญกับสไตล์การพัตต์ของตัวเอง กับ สเปคการออกแบบคอไม้ Putter (Toe Flow หรือ Toe Hang) บางทีเรียก Face Balance / Non-Face Balance ที่ซึ่งมีผลต่อการพัตต์อย่างยิ่ง ที่จะทำให้ส่งเสริมการพัตต์ของตัวเองให้ดีขึ้น ไม่ใช่ไปปรับการพัตต์ของตัวเองเพื่อให้เข้ากับ Putter นะครับ

⭕ ซึ่ง แนวสโตรกการพัตต์ (Stroke Path) ของแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน เช่น Square to Square หรือ In to Out เป็นต้น ซึ่งแต่ละแบบจะมีแนวสโตรกการพัตต์กับแนวการเล็งที่ มาก หรือน้อยแตกต่างกัน เช่นเดียวกันกับรูปแบบของคอ Putter ที่ออกแบบให้เหมาะสมกับการพัตต์ของแต่ละคนที่จะทำให้หน้า Putter กับมาแสควร์ได้ในตอนอิมแพคได้ดี ซึ่งจะทำให้ทิศทาง และการ Roll ของลูกกอล์ฟในการพัตต์ออกจากหน้า Putter เป็นไปอย่างที่แนวเล็งที่ตั้งใจไว้ครับ

⭕ สำหรับท่านที่ไม่แน่ใจแนะนำให้ปรึกษา Professional Clubfitting และเลือกแบบ Putter ที่เหมาะกับสไตล์การพัตต์ของคุณ พร้อมฟิตติ้งเรื่องความยาวก้าน / Balance น้ำหนัก Putter ให้เหมาะกับตัวคุณเองดีกว่าเลือกแบบที่ต้องปรับ/เปลี่ยนการพัตต์ของตัวเองให้เข้ากับแบบ Putter และสเปคที่ทำมาจำหน่ายในหลายๆแบบ หลายๆสไตล์ด้วยกัน


18 ตุลาคม 2561

มองหาสเปคของตัวเองน่าจะเหมาะกว่าสเปคมาตรฐานโรงงาน

นักกอล์ฟส่วนใหญ่มองหา และจดจำ ชื่อยี่ห้อ / แบรนด์ หรือรุ่นไม้กอล์ฟ / ก้าน และ ทดลองรุ่นต่างๆนั้นไปเรื่อยๆ ว่ามีสเปคแบบไหนอย่างไร จนกว่าจะพบอันที่ตัวเองชื่นชอบ ซื่งจนลืมจดจำสเปคข้างในไม้กอล์ฟ หรือ ก้านนั้นจริงๆว่า มีสเปคข้างในนั้นเป็นอย่างไรในแบบที่ตนเองชื่นชอบ

สเปคมาตรฐานของแต่ละแบรนด์ไม่เหมือนกัน
🔶 สเปคในไม้กอล์ฟ ที่น่าควรจะจดจำที่สุด คือ น้ำหนักรวมไม้กอล์ฟ / น้ำหนักก้าน / องศาหน้าไม้ / รูปทรงการออกแบบหัวไม้-ใบเหล็ก / ตำแหน่งจุดศูนย์ถ่วงหัวไม้-ใบเหล็ก / ความยาวก้าน / Flex ก้าน (CPM) / Bend Profile และขนาดกริ๊ปไซด์ ฯลฯ ซึ่งสเปคข้างในไม้กอล์ฟเหล่านี้จะเป็นสเปคที่แท้จริงของคุณเอง

🔺 ซึ่งไม่ว่าจะเป็นยี่ห้ออะไร / แบรนด์ไหน หรือรุ่นใดก็ตาม ถ้าสามารถทำให้ได้สเปคข้างในไม้กอล์ฟเหล่านั้นที่คุณต้องการได้แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องไปจดจำชื่อยี่ห้อ/รุ่น-แบรนด์นั้นๆเลย ถึงแม้ว่ามันจะเลิกผลิตไป หรือหามาชดเชยรุ่นนั้นไม่ได้แล้ว ก็ยังจะสามารถหารุ่นอื่นๆมาแทนสเปคของคุณได้เช่นกัน

🔵 ก็เปรียบเสมือนว่า คุณมีสเปคไม้กอล์ฟประจำตัว ของคุณนั่นเอง ซึ่งสามารถเสาะหาไม้กอล์ฟแบรนด์ไหนก็ได้ ที่ปรับแต่งให้ตอบโจทย์สเปคข้างในของคุณได้ ซึ่งไม่ต่างอะไรเลย กับ Tour Pro ที่ย้ายค่าย / เปลี่ยนสปอนด์เซอร์ แต่ต้องทำสเปคที่ตัวเองชอบให้ได้ ซึ่งสาเหตุที่เปลี่ยนนั่นก็เพราะตัวเลขสั่งจ่ายบนเช็คที่ได้ต่อปีนั้นต่างกันนั่นเองครับ

5 สิงหาคม 2561

คำถามเรื่องไม้กอล์ฟจากสมาชิกแฟนเพจ

ตอบคำถามสมช. และ Fan Page

ผมว่ามี 3 เรื่องที่นักกอล์ฟ (สมัครเล่น) ส่วนใหญ่น่าจะสนใจ แต่ไม่ค่อยมีคนให้ความรู้คือ

1. การปรับก้านและไม้ ให้เป็น optimal launch เหมาะที่สุดสำหรับตัวเอง
 ⭕ ส่วนใหญ่จะมองที่ก้าน เพื่อให้เกิด Dynamic Loft angle ที่ยกลูกได้ดี ซึ่งเป็น Minor effect แต่ลืมมอง #องศาหน้าไม้จริง (Static Loft Angle) ที่เป็น Major effect ที่ทำให้เกิดการลูกยกตัว (Optimal Launch) ได้ดีกว่า คงที่กว่า และได้ระยะตามมา โดยอาจไม่ต้องมีปลายก้านที่อ่อนเกินไปเพื่อรอให้เกิด dynamic loft จากการดีดก้าน

2. การลด total weight  เพื่อให้ทำ club head velocity ได้มากขึ้น แต่ให้คง swing weight ไว้เท่าๆ เดิม ... จะทำได้แค่ไหนในกรณีนักกอล์ฟซีเนียร์
💠 ลด Total weight ง่ายครับ ลดน้ำหนักก้าน/กริ๊ป หรือ หัวไม้ แต่ความยาวก้านเพิ่มขึ้นด้วย เพื่อชดเชย SW ที่หายไป แต่การ error จะมากขึ้น Consistency น้อยลด และ AOA (Angle Of Attack) จะเป็นมุมกด หรือ Flat ซึ่งหลายคนพลาดเรื่อง SW เพราะเป็นเพียงแค่ นน.สมมติครับ (องศาหน้าไม้ที่มากขึ้น #ตอบโจทย์ซีเนียที่สปีดช้ามากกว่าก้านที่เบา และปลายที่อ่อนครับ)

3. เพราะตอนนี้ก้านรุ่นใหม่ๆ ลงไปถึง 20 กว่ากรัมแล้วครับ ??
 🔶 มวลเบาเพื่อการยกตัวของลูก แต่มวลน้อย การอิมแพคน้อยลงด้วย ประกอบก้านต้องยาวขึ้น เกิด error ง่ายกว่า ลูกไม่ค่อยลอยเพราะ #AOA จะเป็น Flat หรือ มุมกด (แต่ลูกกอล์ฟยกตัวด้วยองศาที่มากขึ้นจะดีกว่าครับ)

**ก้านเบา แพง/หักง่าย ไม่ตอบโจทย์การใช้จริง เพราะ margin ทางการตลาดก้านดีจะกว่าหัวไม้ ออกมารุ่นละ 2 แบบองศาเท่านั้น
แนวดีดก้านที่เป็นได้ 2 ทิศทาง
4. การจัดแนวดีดของก้านที่พูดถึงบ่อยๆ ครับ
🚩Neutral Bending Position การดีดที่เป็นธรรมชาติ และมีประสิทธิภาพสูงสุด บนก้านที่ทรงกลม ซึ่งคล้ายๆกับลักษณะการโก่งคันธนูยิง

ไม่ใช่การหาตำแหน่ง Spine หรือกระดูกก้าน แล้วนำมาวางไว้ที่ตำแหน่ง 12 หรือ 6 นาฬิกา เพราะก้านหนึ่งก้านไม่ได้มี Spine เดียว หรือ สอง Spine ที่ต้องอยู่ตำแหน่งตรงข้ามกันเสมอ

ฉนั้นช่าง และนักกอล์ฟหลายคนไม่เข้าใจในการจัดก้านแบบนี้ ซึ่งการจัดก้านแล้วต้องจัดสวิงเวทให้สัมพันธ์กับลักษณะ หรือสเปคของก้านนั้นๆด้วย จะช่วยให้การดีดก้านนั้น เหมือนติดสปริงเพิ่มขึ้นครับ

16 กรกฎาคม 2561

นักกอล์ฟมีหลายแบบ ต่างที่วัตถุประสงค์ และความต้องการ

🅾 นักกอล์ฟ อาจแบ่งได้เป็น 4 แบบ 🅾

1. นักกอล์ฟออกงาน : เล่นกอล์ฟเพื่อออกสังคม และสังสรรค์  หรือรับแขกเสียส่วนใหญ่ ไม่ค่อยสนใจเรื่องอุปกรณ์ หรือการฝึกซ้อมมากนัก ซื้อ หรือ มีอุปกรณ์ตามคำบอกเล่า หรือโฆษณา แค่เพียงมีไม้กอล์ฟสักชุดไว้หลังรถเพื่อออกรอบก็เพียงพอแล้ว จะเห็นการเลิกเล่นกอล์ฟมากในกลุ่มนี้

2. นักกอล์ฟแฟชั่น : ติดตามไม้กอล์ฟรุ่นใหม่ๆตลอดเวลา เปรียบเสมือนกับเป็นกูรู หรือคอรั่มนิสต์ก็ว่าได้ รู้แต่ละรุ่นๆ แต่ละแบรนด์ดี เปลี่ยนไม้กอล์ฟบ่อย (Standard to Standard) และจะมีไม้กอล์ฟสะสมอยู่หลายๆชุดที่บ้าน ฝีมือจะดีกว่านักกอล์ฟออกงาน หรือ เป็นระดับท๊อปสมัครเล่น พบเขาได้ตามเว๊ปไม้กอล์ฟทั่วไป

3. นักกอล์ฟจริงจัง : อาจเคยเป็นนักกอล์ฟทั้ง 2 แบบข้างบนมาแล้ว หรือ ชอบเล่นกีฬากอล์ฟเพื่อต้องการพัฒนาฝีมืออย่างจริงจัง ขยันฝึกซ้อม พร้อมจะก้าวสู่ระดับอาชีพ จะไม่ค่อยเห็นการเปลี่ยนอุปกรณ์บ่อย แต่จะค้นหาสเปคที่เหมาะ และทำ #Clubfitting เพื่อให้ได้ไม้กอล์ฟตามฝีมือตัวเองจริงๆ เพื่อนำมาพัฒนาฝึกซ้อมวงสวิงต่อไป

4. นักกอล์ฟอาชีพ : ไม้ฯอะไรก็ตีได้ มีฝีมือกับตัว แต่ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างที่แยกแยะระดับในนักกอล์ฟประเภทนี้ อยู่กับสปอนด์เซอร์ที่ได้ จากฝีมือความใส่ใจในการฝึกซ้อม เรียนรู้ในเกมส์ #กอล์ฟระดับทัวร์สูงขึ้น เพราะยังมีที่ไม่ได้ลงแข่งขัน หรือยังไม่สามารถผ่านการตัดตัวได้ ก็ยังมีอีกมากในนักกอล์ฟประเภทนี้ครับ

 แล้วคุณละ..เป็นนักกอล์ฟแบบไหนครับ ??


2 กรกฎาคม 2561

ความยาวมีผลกระทบต่อ Lie Angle

🔶 เชื่อไหมครับว่า...ไดร์ฟเวอร์ที่มีความยาวก้านยาวเกินกว่าสรีระตัวเอง ทำให้การยืนจรด ไม่สามารถวางหน้าไม้ฯให้เส้นบนหน้าไม้ (Scoreline) ขนานกับพื้นได้เลย (ดังรูป) นั่นหมายถึงผลกระทบกับ Lie Angle ลักษณะเดียวกันแบบในชุดเหล็ก

▶ จึงมีผลทำให้ตำแหน่งจุดศูนย์ถ่วงกลางหน้าไม้ และหัวไม้ (Center Gravity) เลื่อนไปชิดกับคอไม้ หรือ Toe Up ซึ่งทำให้องศาหน้าไม้ขณะอิมแพคเปลี่ยนไป จะทำให้มีผลกระทบต่อทิศทาง / สปินเรทเพิ่มขึ้น /Attack Angle เป็นมุมกดได้ง่าย

🅾 ลองหยิบไดร์ฟเวอร์ของตัวเองมาตรวจเช็คการยืนจรดดูสิครับ ว่าตำแหน่งหัวไม้ปลายกระดก หรือ Toe Up มากน้อยขนาดไหน และลองจับโช๊คลงดู ว่าควรจะมีความยาวก้านเท่าไร?? ที่จะทำให้แนวเส้นบนหน้าไม้ (Scoreline) ในไดร์ฟเวอร์ขนานกันพื้นได้

💠 ดังนั้นความยาวก้านไดร์ฟเวอร์ที่เหมาะสม จะมีผลดีต่อมุมปะทะหน้าไม้ ซึ่งเป็นตัวกำหนดทิศทาง และระยะตามมาที่ดี นอกเสียจากว่าท่านได้  "ปรับวงสวิงให้เข้ากับความยาวนั้นไปเสียแล้ว" สิ่งที่กล่าวมาคงไม่มีผลอะไรเลย

9 พฤษภาคม 2561

การพัฒนาเกมส์กอล์ฟมองตรงไหนเป็นสำคัญ

กีฬากอล์ฟกล่าวกันไว้ว่า นักกอล์ฟที่เล่นได้ดีมีประสิทธิภาพสูงสุด ต้องมีทั้งเรื่องทักษะความสามารถร่างกาย (Physical skill)  และทักษะทางความคิด (Mental Skill) ทั้ง 2 อย่างอาจมีสัดส่วนอย่างละเท่าๆกัน (50/50) แล้วแต่ความคิดที่มี หรือที่ได้รับมาจะเอนเอียงไปทางไหนมากกว่ากัน ซึ่งต่างจากกีฬาอื่นๆอย่างมากๆ

ฝึกสมองให้แข็งแรงในภาวะต่างๆ

การฟิตซ้อมทักษะทางร่างกาย (Physical Skill) อยู่ที่ระเบียบวินัยความขยัน ส่วนใหญ่นักกอล์ฟก็จะสามารถพัฒนาให้เท่าทันกันได้ทุกๆคน ไม่มีปัญหาเรื่องความได้เปรียบเสียเปรียบ เรื่องสรีระ หรืออุปกรณ์ที่ใช้ เพราะไม้กอล์ฟไม่ได้มีข้อบังคับให้ใช้ไม้อันเดียวกัน แบบเดียวกัน เบอร์เดียวกันในแต่ละช๊อต

แต่ทักษะทางความคิด (Metal Skill) นั้นเป็นสิ่งที่ฝึกซ้อมได้ยาก จะต้องหาแบบฝึกซ้อม+บทเรียน อาจรวมถึงสถานการณ์จริงที่ทำให้เกิดจิตนาการความคิดในทางบวก หรือสร้างสรร (Positive Mind Set) เพื่อให้จิตที่นิ่งปกติเป็นอัตโนมัติ เพื่อไปสั่งร่างกายให้เคลื่อนไหวสวิงได้อย่างที่ฝึกซ้อมมา แม้ระดับอาชีพยังมีให้เห็นความผิดพลาดง่ายๆได้บ่อยครั้ง

ส่วนใหญ่ ใจ (Mental) จะมีอิทธิพลเหนือกาย (Physical) เสียมากกว่า หากได้รับการฝึกความคิดมาไม่ดีพอ จะทำให้วงสวิงตกอยู่ภายใต้ความคิด เพราะใจที่ไม่สงบนิ่ง ต่อให้กายฝึกซ้อมมาอย่างดี ก็พัฒนาเกมส์กอล์ฟออกมาได้ไม่เต็มที่ บางครั้งวงสวิงฝึกมาดีที่สุดแล้ว ใจก็ยังคิดว่าๆยังไม่ดี ปรับตรงนั่น เปลี่ยนตรงนี้ จนไม่รู้ว่าควรพอดีที่ตรงไหน แต่กับลืมการฝึกซ้อมส่วนเล็กๆที่ยิ่งใหญ่ที่เรียกว่า ใจข้างในตัวเองไป


3 พฤษภาคม 2561

แนวดีดก้านที่เหมือนๆกันในชุดเหล็ก ช่วยให้แม่นยำขึ้น

เวลาออกรอบแล้วท่านเคยไม่พอใจในผลงานตัวเองไหมครับ ในช๊อตเดิมๆ หรืออุปกรณ์ตัวเดิม และเคยคิดไหมครับว่า เป็นเพราะวงสวิง หรืออุปกรณ์ที่เป็นสาเหตุให้เกิดผลงานแบบนั้น

ตัวอย่างในชุดเหล็ก ที่ต้องการความแม่นยำ (Accuracy) ผิดพลาดน้อยที่สุด เล็งเข้าเป้ามากที่สุด และความสม่ำเสมอ (Consistency) ตลอด 18 หลุมสวิงได้เหมือนๆกัน ใน 10 ช๊อตผิดพลาดไม่น่าจะเกิน 3 ช๊อตเท่านั้น

การดีดก้านทีมีผลต่อทิศทาง และระยะตามมา
ซึ่งในส่วนที่จะนำเสนอในวันนี้คือ แนวดีดก้านที่เหมือนกันในชุดเหล็ก (Neutral Bending Alignment) ด้านที่การดีดก้านดีที่สุดของหนึ่งก้าน และต้องเป็นแนวดีดเหมือนกันในเหล็กทุกๆเบอร์ ที่จะช่วยส่งเสริมให้การเล็ง และ การดีดก้านที่สวิงลงมาได้เหมือนๆกันได้

หากชุดเหล็กที่ยังไม่ได้ทำการจัดแนวดีดก้านให้เหมือนกันแล้วนั้น บางเหล็กรู้สึกก้านทำงานได้ดี แต่บางเหล็กก้านดีดไม่เหมือนกัน ถึงแม้จะโดนดีก็ตาม

ดังนั้นการสวิงที่ดีๆ ที่เหมือนๆกันอาจทำให้ผลงานออกมาได้ไม่ดี/ ไม่เหมือนกันได้ และยิ่งไปกว่านั้น ยังตำหนิการสวิงว่าไม่ดีเองแทน แต่มองข้ามการดีดก้านที่เหมือนๆกัน ที่เป็นผลกระทบต่อทิศทาง และการเล็ง ตลอดจนระยะที่ควรได้เปลี่ยนไปตามการดีดก้านไม่เหมือนกัน

10 เมษายน 2561

เลือกเปลี่ยนก้านไม้กอล์ฟแบบไหนถึงจะเข้าท่าสุด

จากประสบการณ์ในการให้บริการปรับแต่ง เปลี่ยนก้านไม้กอล์ฟมา ส่วนใหญ่จะพบคำถามหาแบรนด์ หรือยี่ห้อมาก่อนการถามหาสเปค เพราะฉนั้นก้านเลือก หรือเปลี่ยนก้านสักครั้งทั้งทีที่เข้าท่า หรือสามารถนำไปใช้ได้จริงควรจะพิจารณาอย่างไร

ซึ่งหากถามหา "ก้านไหนดี / ก้านไหนเหมาะ หรือยี่ห้อไหนดี" อันไหนน่าจะเวิร์คกว่ากัน?

การเลือกก้านส่วนใหญ่นักกอล์ฟจะเลือกก้านที่รู้จักจากสื่อโฆษณา หรือจากนักกอล์ฟอาชีพที่ได้สปอนด์เซอร์ใช้กัน ซึ่งแต่ละแบรนด์จะพยายามสร้างโอกาสทางการตลาดให้จำชื่อแบรนด์มากกว่าจำสเปค หรือคุณสมบัติก้านที่นำไปใช้ได้จริงของนักกอล์ฟแต่ละคนที่มีทักษะทางกีฬาที่ไม่เหมือนกัน

ก้านไม้กอล์ฟในท้องตลาดมีให้เลือกเป็นร้อย
ซึ่งควรน่าจะถามหาสเปคก่อนแบรนด์จะดีกว่าไหมครับ? เพราะถ้าเลือกแบรนด์ก็ต้องกลับมาถามหาสเปคอยู่ดี ก้านหนึ่งรุ่น/หนึ่งแบรนด์ก็จะแตกต่างกัน ทั้งน้ำหนักก้าน / Flex / Bend point ไม่ใช่เลือกแบรนด์ หรือสีก้านแล้ว จะได้สเปคตามต้องการ ที่เหมาะสมกับการนำไปใช้ได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด นี่ยังไม่รวมกับการประกอบที่ให้เหมาะกับผู้ใช้อีกด้วยนะครับ

การประกอบก้านฯเพื่อให้ได้สเปคสำคัญกว่าชื่อก้าน


การตรวจสอบก้านไหนเหมาะสมกับนักกอล์ฟหนึ่งคน ควรมีความรู้ต้องทราบทักษะการสวิง/สรีระร่างกาย/ความแข็ง ของผู้ใช้ด้วยว่าเป็นอย่างไร ความรู้เรื่องสเปคน้ำหนักก้าน/flex/bend point ตรวจสอบให้เหมาะสมตามศาสตร์ของ Clubfitting รวมถึงการประกอบความยาวก้าน/การ trimming ก้าน/Grip Sizing/สวิงเวท/CPM และจัดวางจุดดีดก้านให้ตรงแนวที่ดีที่สุด 

ซึ่งหากเลือกได้ก้านที่เหมาะสมและใกล้เคียงกับความสามารถตัวเองแล้ว แต่ขาดความใส่ใจเรื่องรายละเอียดเรื่องการประกอบไม้กอล์ฟ (Club Assembly) แค่เพียงใส่ก้านให้ติดกับหัวไม้ ใส่กริ๊ปให้ติดกับก้านประกอบตาม Standard Spec ที่ก้านแบรนด์ต่างๆกำหนดมา นั่นก็คงไม่ต่างอะไรกับไม้กอล์ฟทั่วๆไป เพื่อซื้อมาตีไม่ได้ก็ขายไปนั่นเอง

ก้านเป็นส่วนสำคัญหลักของการปรับแต่งสเปคไม้กอล์ฟ ดังนั้นการเลือกก้านแบบไหนที่ตรงกับความต้องการของท่านเองจริงๆ ที่จะนำไปใช้จริง หรือแค่เพียงโชว์ เผื่อขายต่อและเปลี่ยนไปเรื่อยๆตามแฟชั่นก็พอใจแล้ว

8 มีนาคม 2561

วงสวิง และ อุปกรณ์ไม้กอล์ฟควรให้ความสำคัญอย่างไร

จากการที่ได้สังเกตุการแข่งขัน Thailand Long Drive 2018 รอบชิงชนะเลิศ ที่หัวหิน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา นักกอล์ฟที่เข้ารอบ 8 คนสุดท้ายมีความเร็วหัวไม้ (Club Speed) อยู่ประมาณ 120 +/- MPH และ Carry 300 หลากันทุกคน มีความยาวก้าน และน้ำหนักก้านเฉลี่ยแทบจะใกล้เคียงกัน คือ 46"+/-(1") และ 70-80กรัม

ซึ่งสิ่งที่อยากจะนำเสนอ คือ ใครที่สามารถควบคุมอัตราสปินเรท (Spin rate) / มุมปะทะ (Attack Angle) และ Smash Factor ที่ทำให้ ความเร็วลูกกอล์ฟออกจะหน้าไม้ (Ball Speed) ได้ดีกว่ากัน ซึ่งเป็นที่มาของระยะที่ได้ นั่นก็คือทักษะความสามารถเฉพาะตัว รวมถึงควบคุมจิตใจขณะกำลังไดร์ฟในแต่ละลูกนั้นในเวลา 3 นาที ให้ได้ดีที่สุดอย่างไร

ฝึกทักษะการสวิงที่ดี
เคยได้กล่าวไปแล้วว่า กีฬากอล์ฟ 100% เป็น ทักษะวงสวิง 70% และอุปกรณ์เพียง 30% ซึ่งในศาสตร์ของ Club Fitting นั้นอุปกรณ์จะช่วยเสริม หรือบั่นทอน(ลบ) ทักษะการสวิงที่ทำได้นั้นอย่างไร ที่ทำให้ผลรวมแล้วออกมาให้ได้มีประสิทธิภาพสูงสุดของนักกอล์ฟหนึ่งคนที่ควรมี

ซึ่งผมเชื่อว่าบรรดาทุกคนในรอบ 8 คนสุดท้ายมีสเปคไดร์ฟเวอร์ที่ฟิตติ้งมาเกือบเต็ม 30% กันทุกคนแน่ๆ (ไม่ว่าเป็นก้าน หรือหัวไม้ยี่ห้อใดที่ต่างๆกัน) แต่จะมาวัดกันที่เรื่อง 70% ของทักษะการสวิง+ความคิด(Mental) ว่าใครจะสามารถทำได้มากกว่ากัน ซึ่งผู้ที่ได้แชมป์ฯนั้นมีในส่วนนี้มากกว่าคนอื่นๆ เชื่อไหมครับว่ามีผู้ที่ไดร์ฟได้ 385 หลาในรอบ 8 คน แต่กลับไม่สามารถเข้าชิงฯได้ (ซึ่งแชมป์ฯได้ระยะเพียง 379 หลาเท่านั้น)

มีการฟิตติ้งอุปกรณ์ที่เหมาะกับการฝึกซ้อม
ที่กล่าวมา คือ อุปกรณ์ (30%) จะเป็นส่วนเสริมวงสวิง หรือกั้นขวางวงสวิงไม่ให้ได้ (70%) นั้น ผมว่าทุกท่านเข้าใจได้ ว่าควรให้ความสำคัญกับสิ่งไหนอย่างไร ซึ่ง 2 สิ่งนี้แยกกันไม่ออกอย่างแน่นอนครับ ที่จะทำให้กีฬากอล์ฟของท่านพัฒนาให้ถึงสุดสูงสุดได้อย่างที่ท่านควรเป็น

นักกอล์ฟระดับอาชีพตัดเรื่องความกังวลในอุปกรณ์เพราะมีครบ 30% อย่าแน่นอน และมาใช้เวลาใส่ใจฝึกซ้อมทักษะวงสวิง+ความคิดในเกมส์ ให้มากๆ ซึ่งอาจจะต่างจากนักกอล์ฟสมัครเล่นหลายๆท่านที่ใช้อุปกรณ์แบบมาตราฐาน (One Size Fit All) หรือเปลี่ยนอุปกรณ์แบบไร้ทิศทางแบบหาข้อสรุปกับตัวเองยังไม่ได้จริงๆเลยครับ

25 กุมภาพันธ์ 2561

ไม้กอล์ฟสามารถเปลี่ยนวงสวิงคุณได้ (ในทางลบ หรือบวก) ขึ้นอยู่กับสเปคไม้กอล์ฟนั้น

ไม้กอล์ฟกำหนดวงฯคุณได้
กอล์ฟเป็นกีฬาที่พิเศษกว่ากีฬาประเภทอื่นๆ ที่ต้องใช้ทักษะความสามารถ ความคุ้นเคยในการฝึกซ้อมบ่อยๆ เพื่อให้สมองและกล้ามเนื้อ (Physical & Mental) จดจำการเคลื่อนไหวทั่วทั้งร่างกาย แล้วทำการสวิงให้เหมือนที่คิด ให้ถูกต้องอย่างเป็นอัตโนมัติให้ได้

แต่ท่านเชื่อหรือไม่ว่า การฝึกซ้อม หรือการใช้ไม้กอล์ฟแบบใด หรือสเปคใดก็ได้มาระยะเวลาหนึ่ง นักกอล์ฟจะสามารถใช้ไม้กอล์ฟนั้นเล่นกอล์ฟได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น เพราะการฝึกซ้อม และความจดจำกล้ามเนื้อนั้นทำให้ท่านตีได้ แต่ในแบบของตัวเอง ตามธรรมชาติการปรับตัวร่างกายให้เข้ากับไม้กอล์ฟโดยอัตโนมัติ

การจรดที่เปลี่ยนไปตามความยาวก้าน
ไม่ว่าความยาวก้านจะยาวเกิน หรือสั้นเกินไป / น้ำหนักไม้ฯจะเบาหรือหนักไป / ก้านจะแข็ง หรืออ่อนไป / ขนาดกริ๊ปจะเล็ก หรือใหญ่ไป ท่านจะปรับตัวท่านเอง เพื่อให้ตีกอล์ฟไม้นั้นให้ได้ วงสวิงอาจจะไม่เหมือนเดิมที่เคยเรียนมา/ฝึกมา เท่ากับว่าไม้กอล์ฟที่ไม่แมทช์มีส่วนในการเปลี่ยนวงสวิงได้ ซึ่งหลายๆท่านคิดว่าไม้ที่ใช้อยู่ก็ตีได้ จนกว่ารู้สึกว่าหนัก/แข็งไป ระยะลดลง ก็คิดต้องการเปลี่ยนไม้ฯ และเมื่อได้ไม้ฯใหม่มา ท่านจะรู้สึกแปลกๆ บางคนตีไม่ได้อย่างเดิม

ซึ่งแนะนำควรหาไม้กอล์ฟที่เหมาะกับสรีระ และทักษะความสามารถของตัวเองดีกว่า เช่น หนัก/เบา สั้น/ยาว อ่อน/แข็ง หรือขนาดเล็กใหญ่ มาใช้ในการฝึกซ้อมเพื่อพัฒนาวงสวิง ดังนั้น Club Fitting จึงมีส่วนสำคัญที่ช่วยให้นักกอล์ฟพัฒนาวงสวิงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด และจะได้ตัดปัญหาการกังวลใจเรื่องสเปคอุปกรณ์ไปได้เลย เหลือเพียงแต่วงสวิงและการฝึกซ้อมเท่านั้น

4 กุมภาพันธ์ 2561

ความเร็วหัวไม้ กับ ความเร็วลูกกอล์ฟ กับระยะที่ควรได้จริง

หลายคนพูดว่า "ก้านที่ยาวขึ้น จะเพิ่มความเร็วหัวไม้" และ ความเร็วหัวไม้ที่เร็วขึ้น จะช่วยเพิ่มระยะมากขึ้นด้วย" เลยทำให้ไม้กอล์ฟทั่วไปทำให้ยาวขึ้น และยาวมากกว่าความสามารถตัวเอง ที่จะตีเข้ากลางหน้าไม้ได้บ่อยครั้ง

ซึ่งความเร็วหัวไม้ที่ดี และเสถียรคงที่น่าจะเกิดจากการฝึกซ้อม และทักษะส่วนบุคคล แต่ไม่ควรอยากเพิ่มระยะด้วยการมีก้านไม้กอล์ฟที่ยาวขึ้นเกินกว่าความสามารถตัวเอง ไม่ใช่ตีที่เดิม 10 ลูก ได้ระยะที่พอใจเพียง 2-3 ลูก ก็ถือว่าตีไกลขึ้นแล้ว แต่ไม่ใช่การเล่นกอล์ฟแบบต้องการลดสกอร์ (Lower Score)

Smash Factor เป็นผลสุดท้ายที่สำคัญในการได้มาของระยะ ซึ่งไม่ใช่ความเร็วหัวไม้ (Club Speed) เพียงอย่างเดียว ต้องรวมกับการอิมแพคเข้ากลางหน้าไม้ (Center Impact) ที่ดีได้บ่อยครั้งด้วย ที่ทำให้เกิดความเร็วบอล (Ball Speed) ที่ออกจากหน้าไม้ได้ดีที่สุดอย่างสม่ำเสมอ เป็นผลที่แท้จริงของระยะที่ได้ตามมา

ถ้าหากทำความยาวก้านที่ยาวขึ้น เพื่อต้องการเพิ่มสปีด แต่การอิมแพคหน้าไม้ ไม่เกิดบอลสปีดที่ดีก็เปล่าประโยชน์ และทำให้ความยาวที่ยาวเกินกว่าความสามารถนั้น ไปเปลี่ยนวงสวิง / เปลี่ยนแนวสวิง/ เปลี่ยนการเล็ง / เปลี่ยนตำแหน่งบอลตอนยืนจรด จะแก้ไขภายหลังได้ยากกว่า การฝึกซ้อมที่มีความยาวก้านที่เหมือนสมตามความสามารถนะครับ

แนวทางการพัฒนาและออกแบบไดร์ฟเวอร์ในปัจจุบัน และอนาคตอันใกล้

การพัฒนาเปลี่ยนแปลง การออกแบบในหัวไม้ไดร์ฟเวอร์ในปัจจุบันนี้ และต่อไปในอนาคต ผู้ผลิตฯคงจะพยายามเล่น และนำเสนอในเรื่องการกระจายน้ำหนักบนหัวไม้ (Weight Distribution) หรือ การเคลื่อนย้ายจุดศูนย์ถ่วงบนหัวไม้ (Center Gravity Movement) ซึ่งจะพบเห็น และเข้าใจได้ในรูปแบบต่างๆที่ไดร์ฟเวอร์รุ่นใหม่ๆที่ออกมาในตลาด เพียงต่างกันที่การออกแบบ และการนำเสนอให้ต่างเท่านั้น แต่มีวัตถุประสงค์เดียวกัน และเหมือนกัน

ซึ่งการออกแบบย้ายจุดศูนย์ถ่วง หรือย้ายหนักหนักบนหัวไม้ไดร์ฟเวอร์ เป็นเรื่องที่มีเหตุผลที่ส่งผลในทาง Club Fitting มากกว่าการโปรโมทเรื่องการปรับองศาหน้าไม้ได้เสียอีก ซึ่งการปรับองศาไม่ค่อยส่งผลมากนัก เพราะไม่ต่างอะไรกับ การเปลี่ยนการจับกริ๊ปที่ต้องการแต่งช๊อต หรือขยับตำแหน่งบอลก่อนการทีช๊อต สำหรับนักกอล์ฟมือดีๆที่ทำกันซึ่งการย้ายจุดศูนย์ถ่วงนั้นมีได้ทั้งแนวตั้ง / แนวนอน บนหัวไม้ ซึ่งนั่นจะสามารถส่งผลต่อมุมเหิน และหน้าไม้ขณะอิมแพคเปลี่ยนไป มีผลต่อระยะ

แต่อย่างไรก็ดีการย้ายจุดศูนย์ถ่วงไปๆมาๆ โดยไม่ได้ทำการฝึกซ้อมให้คุ้นชิน (Memory Muscle) แล้วนั้น อาจจะส่งผลเสียต่อวงสวิงที่เพี้ยนได้ง่าย และยากต่อการจดจำเพื่อนำไปใช้จริง ซึ่งจะไม่ทราบเอกลักษณ์วงสวิงของตัวเองจริงๆนั้นเป็นอย่างไร


27 ธันวาคม 2560

เลือกไม้กอล์ฟอย่างไรเพื่อการนำมาใช้จริง หรือในแบบที่คุณชอบ

ในปัจจุบันนี้นักกอล์ฟจะพูดถึงการฟิตติ้งไม้กอล์ฟ #clubfitting กันมากขึ้นเรื่อยๆ จึงอยากอธิบายเรื่อง Custom Clubfitting เพิ่มเติมให้เข้าใจกันมากขึ้น

การทำฟิตติ้งไม้กอล์ฟ หรือการปรับแต่งไม้กอล์ฟให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นนั้น จะพูดถึงคุณสมบัติ หรือส่วนประกอบไม้กอล์ฟ Specification ให้เหมาะสมกับนักกอล์ฟมากกว่าพูดเรื่องชื่อ/ยี่ห้อ (Tread Mark) เพราะชื่อ/ยี่ห้อไม่ได้ตอบโจทย์ทางฟิตติ้ง ที่จะเลือกได้เลย เช่น น้ำหนักรวม/น้ำหนักก้าน/ความยาวไม้ฯ/ขนาดกริ๊ป/ความอ่อน/แข็ง ที่ปลาย/โคนก้าน #CPM /องศาหน้าไม้ ฯลฯ

ชื่อ/ยี่ห้อเป็นเพียงค่าการตลาด ขาย/โฆษณา/สปอนด์เซอร์ให้ติดตลาด และสร้างเอกลักษณ์ที่แตกต่าง เพื่อให้ผู้บริโภคจดจำได้ง่าย แต่แท้ที่จริงส่วนที่สำคัญที่สุด คือคุณสมบัติข้างในมากกว่าชื่อ/ยี่ห้อเสียอีก เช่นตัวอย่างนักกอล์ฟอาชีพสามารถเปลี่ยนชื่อ/ยี่ห้อ ไม้กอล์ฟที่สปอนด์เซอร์ได้ แต่เปลี่ยนสเปคที่เขาชอบนั้นไม่ได้ เพราะยี่ห้ออะไรก็ตีได้หมด แต่ขอทำสเปคที่ชอบมากที่สุดให้ได้เท่านั้น

ดังนั้นผู้ให้บริการ Club fitter จะต้องเข้าใจสรีระ และทักษะความสามารถในเชิงกีฬากอล์ฟของนักกอล์ฟแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน และสามารถวิเคราะห์ตามศาสตร์ของการฟิตติ้งไม้กอล์ฟได้ ว่าควรมีคุณสมบัติที่ตอบโจทย์ความต้องการของนักกอล์ฟได้มากที่สุดนั้นอย่างไร

ไม้กอล์ฟ กับวงสวิงจะเป็นเรื่องที่สัมพันธ์กันอย่างมากๆ วงสวิงเป็นเรื่องหลัก 70% และอุปกรณ์ 30% วงสวิงเป็นเรื่องของการฝึกซ้อม และความชำนาญมีค่าความผิดพลาดเป็นเงาตามตัว ถ้าวงฯดีแล้ว สเปคอะไรก็ตีพอได้ แต่จะมีสเปคที่ชอบเพื่อสร้างเสริมความสามารถให้ถึงขีดสูงสุดได้ และถ้าวงฯยังไม่ดี สเปคก็ไม่รู้ ก็คงหาคำตอบได้นะครับ ว่าจะเหลือกี่เปอร์เซนต์

สเปคอุปกรณ์ที่ดีเป็นตัวช่วยเสริมวงสวิงให้ดีได้ แต่หากได้สเปคที่ดีเหมาะสมแล้ว ขาดการฝึกซ้อม การคุ้นชิน จึงคิดอยากเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ตาม Character ของชื่อ/ยี่ห้อนั้นๆ เพราะคิดว่า ชื่อ/ยี่ห้อใหม่ๆ ที่จดจำนั้นน่าจะเป็นสเปคที่ตอบโจทย์ความต้องการได้ จนไม่รู้ว่าตัวเองเหมาะกับสเปคไหนจริงๆ แต่จำชื่อยี่ห้อที่ติดหูแทนที่สเปคจริงๆไปเสียแล้ว

Clubfitting ไม่ใช่การเปลี่ยนกริ๊ป เปลี่ยนก้าน โดยถามหาชื่อ/ยี่ห้อที่รู้จักมาเพื่อเป็นสเปคตัวเอง แต่ควรถามหาสเปค และคุณสมบัติที่เหมาะกับความสามารถของแต่ละคนที่แตกต่างกันมากกว่าครับ

5 ธันวาคม 2560

การเล่นกอล์ฟแบบลดสกอร์ ต้องการตีไกลไม่ใช่คำตอบเดียว

นักกอล์ฟสมัครเล่นทั่วไป จะมีความต้องการตีไกล และคิดที่จะเพิ่มระยะเพียงอย่างเดียว จนลืมนึกถึงเรื่องความสม่ำเสมอ (Consistency) และความแม่นยำ (Accuracy) ที่ควรมีตลอดการเล่นออกรอบ ดังนั้นการตีไกลจึงได้นำมาเป็นจุดขายทางการตลาดของบริษัทฯที่ผลิตไม้กอล์ฟออกมาโฆษณาจำหน่ายนั่นเอง

ก้านฯที่อ่อนเกินไป (Weak Flex) องศาหน้าไม้ (Less Loft Angle) ที่น้อยเกิน และความยาวก้าน (Long Club Length) ที่ยาวขึ้น บางครั้งทำให้รู้สึกว่าได้ระยะเพิ่มขึ้นเมื่อทดสอบตีในที่เดิมๆ หรือ ตีทดสอบในสนามไดร์ฟ เหมือนการแข่งตีไกล (ไม่ได้ออกรอบจริง) ซึ่งการออกรอบนั้นแท่นทีออฟจะเปลี่ยนไปในทุกๆหลุม

ซึ่งการเล่นกอล์ฟเพื่อลดสกอร์ (Stroke Play) ควรจะต้องมีความแม่นยำ และความสม่ำเสมอตลอด 18 หลุม โดยมีข้อผิดพลาดในทุกๆช๊อตให้น้อยที่สุด (ไม่ใช่การที่ตีไกลที่สุดเพียงอย่างเดียว) ซึ่งนักกอล์ฟมือดีๆ จนถึงระดับอาชีพจะคิดแบบนี้กันทั้งนั้น จะให้ความสำคัญกับช๊อตต่อไปที่เล่นดีที่สุด เสี่ยงเสียแต้มน้อยที่สุด

เพราะฉนั้นในการทำ Club Fitting จะไม่ได้พูดถึงเรื่องตีไกลเพียงอย่างเดียว จะฟิตติ้งในองค์รวมเพื่อทำให้นักกอล์ฟลดสกอร์ เพิ่มการควบคุมลูก /ความแม่นยำ เพื่อให้การเล่นมีประสิทธิภาพสูงสุดที่ควรจะได้ ตามทักษะ และความสามารถของนักกอล์ฟที่มีอยู่นั่นเอง


20 พฤศจิกายน 2560

Shaft Talk

ถ้าท่านทราบสเปคก้าน และเลือกก้านที่เหมาะกับตัวเองได้แล้ว เช่น

1. น้ำหนักก้าน (Raw shaft weight) : น้ำหนักก้านเปล่าก่อนตัด (Uncut) เหมาะสมกับความแข็งแรง และทักษะความสามารถ ซึ่งน้ำหนักก้านจะเป็นตัวแปรของ น้ำหนักรวมไม้กอล์ฟ (Total Weight)

2. ความอ่อน/แข็งโคนก้าน (Butt Shaft Flex) : ควรมีค่าเป็น CPM (ใช่ค่า R, S, X) ควรเป็นตัวเลขต่อความยาวก้านที่เท่ากัน ให้เหมาะกับทักษะ (Skill) และจังหวะการสวิง (Swing Tempo)

3. Bending point (Tip Flex) : จุดงอตัวดีดปลายก้านที่มีเป็นค่า CPM เช่นเดียวกัน กับความอ่อนแข็งที่โคนก้าน ให้เหมาะกับน้ำหนักหัวไม้ และตำแหน่งการคลายมือก่อนการอิมแพค (Late Unhinge Wrist) ที่จะกำหนดมุมเข้าบอล และมุมเหิน (Launch Angle) ตามมา

4. พิจารณาก้านฯร่วมกับหัวไม้ / ใบเหล็ก / น้ำหนักหัวไม้ / ตำแหน่ง C.G./ องศาหน้าไม้ / Face angle ที่จะนำก้านไปประกอบใช้ให้เหมาะกับฝีมือตัวเอง

5. การประกอบก้าน (Club Assembly) : ก้านที่เหมาะต้องประกอบก้านให้ได้สเปค ตรงกับทักษะ และสรีระที่แตกต่างกัน เช่น สวิงเวท / ความยาวก้าน / ขนาดกริ๊ป และจัดวางแนวดีดที่มีประสิทธิภาพสูงสุด (Neutral Bending Position)

6. ราคา (Price) : เป็นประเด็นสุดท้ายที่ควรพิจารณาเลือกก้านเพื่อนำไปใช้จริง (ใช่ไปโชว์) ควรประหยัดกว่าก้านที่มีสเปค 1-5 ที่กล่าวมาเหมือนกัน

แล้วชื่อแบรนด์ หรือสีสรร บนตัวก้าน จะยังจำเป็น หรือสำคัญต่อการเลือกเพื่อนำไปใช้จริงอีกหรือเปล่าครับ??

7 พฤศจิกายน 2560

ก้านไม้กอล์ฟในส่วนที่มีผลต่อการอิมแพค

ก้านไม้กอล์ฟในส่วนที่มีผลต่อการอิมแพค และการควบคุมหน้าไม้ มากที่สุด คือ ส่วนปลายก้าน (Tip Flex) หรืออาจรู้จักกันทั่วไปคือ Kick Point หรือ Bend Point เช่น Low / Mid / High
Kick Point ก็จะมีค่าเช่นเดียวกับ Flex (R, S, X) ซึ่งไม่มีค่ามาตรฐาน ก้านฯแต่ละแบรนด์จะกำหนดค่าของตัวเองออกมา ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบข้ามแบรนด์ หรือข้ามรุ่นได้ ควรวัดค่าออกมาเป็นหน่วย CPM (Circle Per Minute) ต่อหนึ่งความยาวก้านที่เท่ากัน

การคลายข้อมือก่อนการอิมแพค
Tip Flex ที่อ่อนให้การสบัดปลายก้านมากกว่า หน้าไม้ปิดเร็ว หรือช้ากว่า ขึ้นอยู่กับลักษณะการคลายข้อมือก่อนการอิมแพค ซึ่งจะทำให้หน้าไม้ก่อนอิมแพค มีผลแตกต่างกัน (ปิดเร็ว-ช้า กลับมาสแควร์เข้ากลางหน้าไม้ต่างกัน) ซึ่งควรเลือกความเหมาะสมของผู้ใช้แต่ละคนที่มีทักษะแตกต่างกัน

นอกจากนั้น Tip Flex ยังมีผลต่อ องศาหน้าไม้ขณะอิมแพคอีกด้วย (Dynamic Loft) ซึ่งมีผลต่อมุมเหิน (Trajectory หรือ Launch Angle) ที่ทำให้เกิดระยะตามมา ที่เป็นผลรวมกับความเร็วหัวไม้ (Club Speed) ที่ทำได้ ดังนั้นปลายการที่อ่อนควรเหมาะกับนักกอล์ฟที่มีความเร็วหัวไม้ช้า และมีองศาหน้าไม้ให้สูงน่าจะเหมาะสมมากกว่าครับ

30 ตุลาคม 2560

ควรพิจารณาทั้ง หัวไม้ และ ก้าน เมื่อต้องการจะเพิ่มประสิทธิภาพให้ไดร์ฟเวอร์

นักกอล์ฟหลายคนเข้าใจผิด และเลือกซื้อ หรือเปลี่ยนอุปกรณ์อย่างไม่ได้พิจารณาให้ครบถ้วน หรืออาจไม่ทราบข้อมูลการฟิตติ้งไม้กอล์ฟ จึงเลือกเปลี่ยนอุปกรณ์ตามคำโฆษณา ของหัวไม้บ้าง หรือเลือกดูเพียงก้าน โดยเฉพาะในรุ่นต่างๆที่ออกมาจำหน่ายใหม่ๆ

หัวไม้ไดร์ฟเวอร์ หรือ ก้านไม้กอล์ฟ ต่างก็ไม่ได้ทำงานของมันเองโดยลำพังเพียงอย่างเดียว จะต้องทำงานร่วมกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การพิจารณาเลือกใช้ ควรจะต้องทำควบคู่กันไป หากไม่เช่นนั้นแล้ว ผลที่ได้ออกมาจะไม่ได้ประสิทธิภาพเท่าที่ควรจะได้

หัวไม้ (Club Head) มีเอกลักษณ์ (สเปค) เช่น องศาหน้าไม้ / รูปทรง / MOI / ขนาด CC / และ ตำแหน่ง C.G. บนหัวไม้

ก้านเปล่า (Raw Shaft) มี น้ำหนัก / จุดดีด (kick point) / Flex CPM (ไม่ใช่ R/S) / Torque  และ ความยาวก้าน

ไดร์ฟเวอร์ กับประสิทธิภาพทางการตลาด
นอกจากนั้นยังไม่รวมถึงการประกอบไม้ฯให้สำเร็จ เพื่อให้พอดีกับ ขนาดมือ (Grip Size) แนวดีดก้าน (Neutral Bending Position) และสวิงเวทที่เหมาะสม (Proper Swing Weight) เพื่อเติมประสิทธิภาพให้ไม้กอล์ฟนั้นได้อย่างเต็มที่เหมาะสมกับทักษะความสามารถของตัวเองที่สุด

ก้าน เมื่อเสียบประกอบกับหัวไม้แล้ว จะทำงานร่วมกัน หัวไม้ไม่สามารถเพิ่มระยะโดยลำพังได้ หรือก้านก็ไม่สามารถทำได้ด้วยเช่นกัน จำเป็นต้องทำงานควบคู่กัน และต้องเลือกให้เหมาะกับทักษะฝีมือ และรูปร่างของผู้ใช้เองด้วย

นักกอล์ฟส่วนใหญ่จะเลือกเปลี่ยนก้าน หรือ หัวไม้เพียงอย่างเดียว อาจเป็นเพราะต้องการประหยัด และคิดว่าสิ่งที่ยังไม่เปลี่ยนน่าจะใช้ได้ บางครั้งก็อาจจะพอใช้ หรือหลายครั้งอาจจะไม่ได้ช่วยอะไรมาก และไม่ต่างจากของเดิมเสียด้วยซ้ำครับ

การเลือกซื้อควรทราบ สเปค หรือคุณสมบัติภายใน ที่จะนำไปใช้จริงดังกล่าว เพื่อให้เหมาะสมกับตัวเอง มากกว่าเลือกเพียงเพราะชื่อ หรือแบรนด์ที่รู้จัก ซึ่งบริษัทผลิตหัวไม้ก็จะเชียร์ว่า "หัวไม้ตีไกล ตีง่าย" และบริษัทผลิตก้าน ก็จะโฆษณาก้านอย่างเดียวว่า "ก้านหนึบ เบากว่าตีไกลกว่า" หรือให้เหมือนกับนักกอล์ฟอาชีพที่ใช้กัน ก็ลองใช้วิจารณญาณพิจารณาว่าสมเหตุสมผลอย่างไรที่ควรนำมาใช้กับตัวเองนะครับ

25 กรกฎาคม 2560

ไม้กอล์ฟสเปคโรงงาน ที่ประกอบสำเร็จแล้วให้อะไรบ้าง

ไม้กอล์ฟที่ประกอบเรียบร้อย (Standard Spec) กับไม้กอล์ฟที่ประกอบใหม่ (Personal Spec) หรือโมดิฟายไม้กอล์ฟเดิมใหม่ เพื่อให้ได้ความต่างที่จะทำให้เกมส์กอล์ฟพัฒนาขึ้นอยู่ที่การตัดสินใจเลือกซื้อใช้

ซื้อไม้กอล์ฟที่ประกอบเรียบร้อยแล้ว ให้อะไรท่านบ้าง

1. ชื่อสินค้า (Brand Name) ที่รู้จักเพราะสื่อโฆษณา หรือนักกอล์ฟอาชีพใช้.....ใช่สเปคข้างในไม้กอล์ฟที่นำไปใช้จริง

2. สเปคก้าน เลือกที่ข้อมูลบนตัวก้าน Flex R หรือ S ซึ่งแต่ละแบรนด์ ความอ่อน/แข็งก้าน จะต่างกัน มีให้เลือกจำกัด และไม่มาตรฐาน

3. ขนาดกริ๊ป (ที่ Fix มา) จะไม่ตรงกับขนาดมือ มีผลในการอิมแพคที่ดี และการควบคุมทิศทาง

มีให้เลือกมากกมาย และรุ่นไหน แบบไหนที่จะเหมาะกับเรา
4. ความยาวก้าน (ที่ Fix มา) จะไม่เหมาะสมกับความสามารถ และสรีระ ทำให้การอิมแพค ไม่สม่ำเสมอ และระยะกับทิศทางคุมได้ยาก

5. น้ำหนักก้าน เป็นตัวควบคุมน้ำหนักรวมไม้กอล์ฟ ที่ให้มามีให้เลือกจำกัดไม่ต้องสนองความแข็งแรงร่างกายที่ต่างกัน ซึ่งเบา หรือ หนักเกินไป มีผลต่อการสวิงที่เปลี่ยนไป

6. Loft & Lie angle จำกัด ซึ่งที่มีผลกระทบจากความยาวก้านที่ติดมาไม่เหมาะสมกับ สรีระ และทักษะสวิง ต้องปรับวงเข้ากับไม้ฯเพื่อให้ได้ระยะ และทิศทาง

7. สเปคไม้กอล์ฟ ก็คือชื่อแบรนด์ เมื่อใช้แบรนด์นี้ หรือรุ่นนี้ ตีแล้วไม่ชอบ ก็จะเปลี่ยนแบรนด์ ใช่ดูที่สเปคจริงๆ ทำให้การเปลี่ยนแบบไม่มีเป้าหมาย เกิดความสับสนว่าเป็นเพราะอะไร วงสวิง หรือไม้ฯที่ใช้แล้ว เกมส์กอล์ฟไม่พัฒนาขึ้น

สิ่งเหล่านี้ เป็นความรู้พื้นฐานเรื่องไม้กอล์ฟ ว่าแบรนด์ไหนก็ได้ที่ตอบโจทย์ ทางทักษะ+สรีระ ของนักกอล์ฟ ใช่การตลาด หรือให้สปอนด์เซอร์ เพื่อให้ซื้อสินค้าที่ไม่ตรงกับการนำไปใช้จริง เพียงเพราะ ชื่อ หรือ สเปคไม้กอล์ฟกันแน่ที่ให้ท่านได้