19 กรกฎาคม 2563

ความยาวก้านไดร์ฟเวอร์ที่ยาวขึ้น ช่วยให้ได้ระยะอย่างไร

⭕ ส่วนใหญ่ นักกอล์ฟต้องการตีให้ไกลขึ้นโดยเฉพาะในไดร์ฟเวอร์ ก็จะพยายามค้นหา และทุ่มเทกำลังทรัพย์เท่าที่ทำได้ เพื่อเป็นเจ้าของไดร์ฟเวอร์ที่จะทำให้ตัวเองตีไกลขึ้นให้ได้มากที่สุด และคิดว่าไดร์ฟเวอร์รุ่นใหม่กว่า หรือที่ราคาแพงๆเป็นที่นิยม ก็น่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดเช่นนั้นหรือไม่อย่างไร??

⭕ การที่นักกอล์ฟหนึ่งคน จะตีไกลขึ้นนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์เพียงอย่างเดียว จะต้องมีทักษะการสวิงที่ดีด้วย ซึ่งจะเป็นส่วนที่สำคัญหลักในการสร้างความเร็วหัวไม้ (Clubspeed) เพื่อการสร้างระยะที่เพิ่มขึ้น แต่ก็จะต้องมี อุปกรณ์ที่เป็นส่วนผสมที่ดีและเหมาะสมกับวงสวิงนั้นๆด้วยเป็นสำคัญ

ค่า Ball Speed ที่ออกจากหน้าไม้ทำให้เกิดระยะที่ควรได้
⭕ ดังนั้นหลายๆจึงท่านคิดว่า Clubspeed เป็นตัวกำหนดระยะเพิ่มขึ้น และก็คิดอีกว่า "ความยาวก้าน" ที่ยาวขึ้นก็น่าจะช่วยให้เพิ่ม Clubspeed ได้ด้วย และระยะก็จะเพิ่มขึ้นตามมานั่นเอง จึงไม่ต้องการมีไดร์ฟเวอร์ที่มีความยาวที่สั่นลง แต่ควรทราบด้วยว่า ความยาวก้านที่ยาวขึ้นจะมาพร้อมกับความ แม่นยำที่ลดลงอย่างแน่นอน

⭕ หาก Clubdspeed ที่เพิ่มขึ้น แต่ตีลูกฯไม่แม่นยำและไม่เข้ากลางหน้าไม้ (Off Center Impact) ก็ไม่ทำให้ระยะเพิ่มขึ้นได้ เพราะว่า ความเร็วลูกกอล์ฟ (Ball Speed) ที่ออกจากหน้าไม้นั้นลดลง ซึ่งเป็นผลของการเกิดระยะจริงน้อยลงด้วย จึงเป็นที่มาของค่า Smash Factor ที่มีค่าน้อยลงนั่นเอง เพราะสัดส่วนของ Clubspeed และ Ballspeed ไม่มีสมดุลย์ซึ่งกันและกัน ที่จะทำให้ระยะเพิ่มขึ้นได้ครับ

8 กรกฎาคม 2563

เป็นเพราะตัวเอง หรือ เป็นเพราะอุปกรณ์ กันแน่??

⭕ กีฬากอล์ฟเป็น กีฬาที่ต้องการการฝึกซ้อมให้กล้ามเนื้อจดจำ (Muscle Memory) ในทุกๆส่วนที่ใช้ในการสวิงให้มีการจำ และ #ทำได้ซ้ำๆเหมือนๆเดิมเป็นอัตโนมัติ ซึ่งมีทั้งสวิงหนัก หรือเบา โดยใช้ทุกส่วนของร่างกายในการสวิงช๊อตต่างๆที่แตกต่างกันตามที่ต้องการ เช่น ไดร์ฟ/แอพโพรช/ชิพ หรือพัตต์

⭕ และการที่เล่นกอล์ฟให้ได้ตามต้องการ และมีสกอร์ที่ดีนั้น ต้องมี 3 สิ่งนี้ คือ วงสวิง (Swing Machanic) อุปกรณ์ (Equipments) และ วิธีคิด (Mental Fitness) ที่ดีในเกมส์กอล์ฟ นักกอล์ฟหลายๆท่าน เมื่อทุกๆครั้งที่ออกรอบแล้ว ตีกอล์ฟได้ไม่ดีก็จะพยายามหาข้อบกพร่องของตัวเอง เพื่อมาแก้ไขพัฒนาเกมส์ให้ดีขึ้นๆ ว่า สาเหตุของจุดบกพร่องนั้นมาจากอะไร??

⭕ สำหรับระดับอาชีพนั้น ตัดปัญหาในเรื่องของอุปกรณ์ไปได้เลย เพราะไม้กอล์ฟทุกชิ้นผ่านการทำ ClubFitting มาแล้วอย่างมั่นใจ และจะมาให้ความสำคัญทั้งหมดกับ วงสวิง และ วิธีคิดในเกมส์กอล์ฟมากที่สุด ดังนั้นจะไม่เปลี่ยนสเปคไม้กอล์ฟที่คุ้นเคยโดยไม่จำเป็น หากมีการเปลี่ยนสปอนด์เซอร์ หรือเปลี่ยนแบรนด์ ก็จะต้องทำสเปคส่วนตัวที่เคยใช้อยู่ตามต้องการให้ได้เท่านั้น

⭕ ซึ่งต่างจากมือสมัครเล่น หรือนักกอล์ฟที่ไม่เข้าใจว่าสเปคไม้กอล์ฟสำคัญต่อการพัฒนาวงสวิงขนาดไหน  จะชอบเปลี่ยนไม้กอล์ฟบ่อย / มีสเปคไม้ฯจับฉ่าย หรือไม่เรียนรู้อะไรคือสเปคไม้ฯของตัวเอง จึงไม่รู้ว่าที่ตีกอล์ฟออกมาไม่ดีนั้น สาเหตุเป็นเพราะวงสวิงหรืออุปกรณ์กันแน่ เช่น ตีออกขวาบ่อยๆ อาจเป็นเพราะ Lie Angle และความยาวก้านฯ หรือ ขนาดกริ๊ปที่ใหญ่ไป ก็จะปรับวงสวิงชดเชย โดยเปลี่ยนจุดเล็งมาทางซ้ายมากขึ้น หรือปิดหน้าไม้ทดแทนไปเลย ฯลฯ

⭕ การสับสน หรือไม่ทราบสาเหตุ ที่ตีกอล์ฟออกมาไม่ดีนั้นเกิดจากสาเหตุอะไรนั้น จะทำให้การพัฒนาวงสวิงในเกมส์กอล์ฟไปได้ช้า ควรค้นหาสเปคไม้กอล์ฟที่เหมาะสมกับตัวเองจริง (Custom Fitting) และนำไปฝึกซ้อม หากยังเกิดอาการตีไม่ดีขึ้นมาอีก ก็ไม่ต้องกังวลกับการไปโทษอุปกรณ์ว่ารุ่นนั้นรุ่นนี้ไม่ดีอยากจะเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา แค่กลับมาใส่ใจเรื่องวงสวิงให้มากขึ้น ก็จะไม่สับสน หรือแก้ไขปัญหาที่ไม่ตรงประเด็น จะทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย