28 ตุลาคม 2565

"ใช้สเปคไม้กอล์ฟที่ไม่เหมาะสมกับการสวิงของตัวเอง สามารถทำให้เปลี่ยนวงสวิงได้"

เชื่อไหมครับว่า "ใช้สเปคไม้กอล์ฟที่ไม่เหมาะสมกับการสวิงของตัวเอง สามารถทำให้เปลี่ยนวงสวิงได้" ซึ่งจะพัฒนาวงสวิงได้ยากขึ้น และวงสวิงอาจแย่ลงกว่าเดิมอีกด้วย

หลายท่านซื้อไม้กอล์ฟตามความเชื่อที่ได้รับข้อมูลจากสื่อต่างๆว่าสรรพคุณรุ่นใหม่นี้จะทำให้ได้ระยะเพิ่มขึ้น ตีไกลขึ้น ตีง่ายขึ้น แต่ลองมองการผลิต และวางจำหน่ายไม้กอล์ฟในแต่ละปีที่ผ่านมาสิครับ ได้ออกวางตลาดในแต่ละรุ่นบ่อยมากๆ เรียกกันว่าเป็นแฟชั่นไม้กอล์ฟกันเลย เพิ่งออกรุ่นนี้ เมื่อต้นปี ปลายปีมาอีกรุ่นแล้ว

วงสวิงที่เปลี่ยนตามไม้กอล์ฟ
ประเด็นสำคัญที่ทำให้นักกอล์ฟสวิงไม้กอล์ฟที่ไม่เหมาะกับตัวเอง หลักๆมีอยู่  4 อย่างที่มองเห็นได้ชัดที่สเปคมาตรฐานไม้กอล์ฟตอบโจทย์นักกอล์ฟทุกคนไม่ได้

1. ความยาวก้าน (Club Length) : ความยาวก้านที่ผลิตมาเหมือนกันส่วนใหญ่ จะมีความยาวก้านเกินความจำเป็น ส่งผลให้ Back swing มีระนาบที่แบน (Flat) เพราะไม่เช่นนั้นตีหลังลูกบ่อย ก็เลยต้องปรับตัวเองให้เข้ากับไม้ฯ โดยชดเชยการยืนแอสเดรสใหม่ หรือเล็งทิศทาง/เป้าหมายเผื่อ ทำให้แนวการเล็งทิศทางก่อนการสวิงไม่ปกติ ซึ่งสูญเสียการควบคุม (Control) หรือการเล็ง กับการสวิง ออกไปไม่เข้าเป้าตามที่เล็งไว้

2. ขนาดกริ๊ป (Grip size) : มือนักกอล์ฟแต่ละคนนั้น ขนาดมือย่อมไม่เท่ากันทุกคน หากขนาดของกริ๊ปไม้กอล์ฟที่ใหญ่กว่าขนาดมือ ทำให้การจับกริ๊ปได้ไม่กระชับ ส่งผลให้การอิมแพคไม่หนักแน่ หน้าไม้จะเปิดขณะอิมแพคได้ง่ายกว่า ทิศทางไม่เป็นไปตามที่เล็งไว้ ชดเชยด้วยการยืนแอดเดรสที่ปิดมากกว่าปกติ
สำหรับขนาดกริ๊ปที่เล็กเกินไป จำเป็นต้องจับ/กำกริ๊ปให้มากกว่าปกติ เกิดการเกร็งกล้ามเนื้อ ส่งผลให้หน้าไม้ปิดขณะอิมแพค เพาร์เวอร์การอิมแพคลดลง

3. องศาหน้าไม้ (Loft Angle) : ในไดร์ฟเวอร์จะมีองศา 9.5-10.5 ซึ่งค่อนข้างจำกัดโดยเฉพาะนักกกอล์ฟมือใหม่ หรือนักกอล์ฟอาวุโสซึ่งความสามารถในการตีให้ลูกกอล์ฟลอยออกจากหน้าไม้นั้นเป็นไปได้ยาก และควบคุมทิศทางได้ยากอีกด้วย ประกอบกับความยาวก้านที่ยาวเกินไป ทำให้มุมปะทะหน้าไม้เป็นมุมกด (Descending) คล้ายการตีในเหล็ก อัตราการหมุนยกตัว (Spin rate) นั้นสูงมากเกินได้

นอกจากนั้น องศาหน้าไม้ในชุดเหล็กไม่มีให้เลือกในรุ่นเดียวกัน (นักกอล์ฟไม่เคยเลือกซื้อองศาหน้าไม้ในชุดเหล็กด้วยซ้ำ) เพราะมีสเปคเดียวกันหมด ดังนั้นนักกอล์ฟมือใหม่ / อาวุโส / ผู้หญิง จึงตี และควบคุมเหล็กยาว ได้ยากกว่า เพราะองศาหน้าไม้ที่น้อยเกินไปที่ทำให้ลูกกอล์ฟยกตัวในอากาศในง่าย การพัฒนาวงสวิงในเหล็กยาว หรือไม้กอล์ที่ยาวและมีองศาหน้าไม้น้อยให้ดีขึ้นได้ยากกว่า

4. น้ำหนักรวมไม้กอล์ฟ (Total weight) : น้ำหนักก้านเป็นตัวควบคุมน้ำหนักรวมไม้กอล์ฟ เมื่อน้ำหนักรวมที่เบาเกินไปซึ่งทำให้นักกอล์ฟสวิงได้สบายจริง แต่ต้องการระยะที่เพิ่มขึ้นนั้น ไม่ค่อยจะสัมพันธ์กันเท่าไร เมื่อมวลที่เบาสวิงได้เร็วขึ้นจริง แต่การปะทะกับลูกกอล์ฟที่หนักแน่ มีพลังที่จะส่งลูกกอล์ฟออกไปให้ได้ระยะที่ไกล และควบคุมได้นั้นมาด้วยกันหรือเปล่า

เพราะน้ำหนักรวมที่เบา หรือหนักเกินไป จะไปปรับจังหวะการสวิง (Swing Tempo) และแนวสวิง (Swing Path)ของแต่ละคน เช่นคนที่มีจังหวะการสวิงที่เร็วกระชับแต่มาใช้มวลที่เบา การอิมแพคจะไม่หนักแน่นที่ควรเป็น การควบคุมทิศทาง และระยะที่ได้จะมาสัมพันธ์กันได้ยาก ซึ่งนักกอล์ฟหลายคนก็เลยต้องปรับจังหวะการสวิงให้ช้าลงแทนเพื่อชดเชยมวลไม้กอล์ฟที่เบา แทนที่จะเปลี่ยนน้ำก้านเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ โดยใช้จังหวะการสวิงแบบเดิมจะดีกว่านะครับ

สรุปได้สเปคไม้กอล์ฟที่ไม่เหมาะสมหลักๆที่สามารถเปลี่ยนวงสวิงท่านได้ เหล่านี้ยังไม่รวมรายละเอียดอีกหลายอย่างที่ยังไม่ได้กล่าวถึง เช่น Swing Weight / Lie Angle / Club Face Angle / Flex / Shaft Bending Profile / Club Head design ที่ควรเลือก หรือนำมาปรับ/แต่งให้เหมาะสมกับวงสวิงท่านเอง ซึ่งบางครั้งก็เป็นเรื่องยากในการเข้าใจในเรื่อง ตัด/ปรับ/แต่ง ไม้กอล์ฟ (Club Fitting) ได้ในเร็ววัน เพราะนักกอล์ฟส่วนใหญ่มีความคิดว่าไม้กอล์ฟชื่อดังในตลาดที่รู้จักกัน เค้าต้องทำให้ได้คุณภาพที่ดีมาแล้ว ปรับวงสวิงตัวเองดีกว่าไม่ต้องเสียเงินไปกับการปรับ/แต่งไม้กอล์ฟอีก หรือซื้อมาขายไป เปลี่ยนยี่ห้อจนกว่าจะได้ไม้กอล์ฟที่ถูกใจ นั้นก็คงต้องใช้เวลามากหน่อยนะครับ

****มีวงสวิงที่เป็นมาตรฐาน ย่อมดีกว่าใช้ไม้กอล์ฟที่เป็นมาตรฐานนะครับ (วงสวิงผิดมาตรฐาน ติดแล้วแก้ยากกว่า แก้สเปคไม้กอล์ฟให้เข้ากับตัวเองนะครับ)****

18 ตุลาคม 2565

สเปคหัวไม้ไดร์ฟเวอร์ ไม่สามารถให้ประโยชน์โดยลำพัง

⭕ ในเชิง ClubFitting ส่วนผสมที่สัมพันธ์กัน และเป็นที่มาของระยะในไดร์ฟเวอร์นั้น มาจากความสูง-ต่ำของ มุมเหิน (Launch Angle) และ อัตราการหมุนลูกกอล์ฟ (Spin Rate) ที่ดีแล้ว ซึ่งยังจะต้องขึ้นอยู่กับ มุมปะทะบอล (Attack Angle) และ จุดปะทะหน้าไม้ (Impact Position) ที่ดีด้วย ที่เหมาะกับ ความเร็วหัวไม้ (Club Speed) ของทักษะการสวิงแต่ละคน ที่แตกต่างกันที่ทำได้

⭕ แต่ถ้าหากมองที่การออกแบบหัวไม้ ( Club Head Design) เพียงอย่างเดียว ประเด็นหลักๆของมุมเหินนั้นก็น่าจะขึ้นอยู่กับ องศาหน้าไม้ (Loft Angle) และ ตำแหน่งจุดศูนย์ถ่วงบนหัวไม้ (Center Gravity) ที่จะสร้างมุมเหินที่แตกต่างกันของแต่ละวงสวิง เพื่อให้ได้ระยะที่มีประสิทธิภาพสูงสุด (หัวไม้มีวัสดุการผลิตที่เหมือนกัน)

⭕ นอกจากนั้นอุปกรณ์ที่มีผลกระทบสำคัญอีกส่วนหนึ่งกับสเปคหัวไม้ที่จะทำให้ได้ระยะ และเป็นมุมเหินที่ดีได้นั้น นั่นก็คือ ความอ่อนแข็งปลายก้าน (Tip Flex) ที่จะต้องทำงานร่วมกับองศาหน้าไม้ หรือจุดศูนย์ถ่วงหัวไม้ และมุมปะทะลูก ให้ออกมาเป็น องศาหน้าไม้ขณะอิมแพค (Dynamic Loft Angle) ที่ทำให้ลูกกอล์ฟออกจากหน้าไม้กลายเป็นมุมเหินท้ายสุดนั่นเอง

⭕ จากส่วนผสมดังกล่าวที่จะทำให้เกิดเป็นระยะที่ดีนั้น ไม่ใช่มีเพียงเฉพาะสเปคหัวไม้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ที่จะสามารถทำให้เกิดระยะที่ดีที่สุดได้ (Optimum Distance) ซึ่งยังต้องมีส่วนประกอบอื่นๆดังกล่าวข้างต้นที่ดีอีกด้วย ที่เกี่ยวข้องกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับนักกอล์ฟหนึ่งคน

⭕ เพราะฉนั้นควรพิจารณาเลือกสเปครวมไม้ไดร์ฟเวอร์ (แทนที่จะเลือกเฉพาะสเปคหัวไดร์ฟเวอร์) ที่ให้เหมาะกับการใช้จริง  เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดกับตัวเอง เพราะลำพัง สเปคหัวไม้ไดร์ฟเวอร์เพียงอย่างเดียว ไม่ได้ช่วยให้บรรลุวัตถุประสงค์ด้วยตัวมันเองได้ครับ