⭕ มีนักกอล์ฟหลายๆคนเข้าใจว่า ก้านโมฯ หรือ ก้านโมดิฟาย ที่ประกอบติดกับไม้กอล์ฟมาสำเร็จจากโรงงานที่วางจำหน่ายทั่วไปนั้น จะเหมือนกับ ก้านโมดิฟายที่มีชื่อแบรนด์เดียวกัน ที่แยกจำหน่ายต่างหาก เพื่อประโยชน์ในการโมดิฟาย/ฟิตติ้ง อย่างแท้จริง เพราะเลือกประกอบได้หลายหลากตรงประเด็นได้มากกว่า (ไม่ได้มีเพียง 2 Flex / R, S เท่านั้น) และสามารถจัดสเปคต่างๆ ให้ตรงคู่กับ หัวไม้ / ใบเหล็กที่นำมาประกอบร่วมกัน เพื่อเหมาะกับนักกอล์ฟหนึ่งคนเท่านั้น
⭕ ก้านโมฯที่ติดกับไม้ฯสำเร็จมาจากโรงงานผลิตเพื่อวัตถุประสงค์กับกลุ่มตลาดส่วนใหญ่ ผลิตที่ละมากๆ ซึ่งในปัจจุบัน บริษัทฯไม้กอล์ฟ ใช้ชื่อบริษัทฯผลิตก้านโมฯ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับไม้กอล์ฟในรุ่นๆหนึ่ง จะได้ดูแตกต่างว่ามีชื่อบริษัทก้านโมฯติดไม้ฯมาด้วย ทำให้ดูดีกว่าที่จะใช้ชื่อก้านฯที่เป็นชื่อเดียวกับบริษัทฯผลิตไม้กอล์ฟนั้น ซึ่งเพิ่มมูลค่าได้ และนักกอล์ฟทั่วไปก็พากันเข้าใจว่าได้ก้านฯที่ติดไม้ฯมาดีเช่นเดียวกับก้านโมดิฟาย ที่ทำกันในร้านฟิตติ้ง หรือร้านขายก้านฯโดยเฉพาะ
⭕ อย่างไรก็ดี การโมดิฟาย หรือ การฟิตติ้งก้านไม้กอล์ฟ (Shaft Fitting) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับไม้กอล์ฟ ไม่ใช่เพียงแค่เปลี่ยนก้านฯที่มีชื่อบริษัทก้านฯ หรือสีสรรที่เราคุ้นเคยเท่านั้น การประกอบก้านฯก็สำคัญมากๆ ไม่ใช่แค่เสียบก้านฯให้เข้ากับหัวไม้ โดยไม่มีการวิเคราะห์ Flex ก้าน (CPM) / ความยาวก้าน / แนวดีดก้าน / ทำขนาดกริ๊ปไซด์ ที่ให้เหมาะกับสรีระ และทักษะของผู้ใช้แล้ว นั่นก็ไม่ต่างอะไรกับไม้กอล์ฟที่ผลิตสำเร็จจากโรงงานออกมาวางจำหน่ายทั่วไปนั่นเองครับ
13 มีนาคม 2562
11 กุมภาพันธ์ 2562
สเปคไม้กอล์ฟที่ไม่เหมาะ สามารถเปลี่ยนวงสวิงได้
ฟิตติ้งขนาดกริ๊ป (Grip Fitting)
นักกอล์หลายๆท่านไม่เคยทราบเลยว่า ขนาดกริ๊ป (Grip Size) ในไม้กอล์ฟทั้งหมดของตัวเองนั้น มีขนาดกริ๊ปพอดีกับ #ขนาดมือของตัวเราเอง หรือไม่?? หรือเป็น แบบจับฉ่าย คือ ไดร์ฟเวอร์อาจมีขนาดแบบนึง และแฟร์เวย์วูด หรือชุดเหล็กก็มีอีกขนาดต่างกัน ซึ่งผู้ใช้เองก็ไม่ทราบ ได้แต่ปรับตัวเองให้เข้ากับไม้กอล์ฟไปเรื่อย ให้พอตีได้ ผิดบ้างเพี้ยนบ้างคงเป็นเรื่องของวงสวิงไม่ดีเอง
เมื่อไร ขนาดกริ๊ปที่ใหญ่กว่าขนาดมือตัวเอง จะทำให้จับกริ๊ปได้ไม่กระชับมือ การอิมแพคขาดความหนักแน่น โอกาสทำให้หน้าไม้เปิดขณะอิมแพคได้ง่ายกว่า และทิศทางลูกกอล์ฟจะไปทางด้านขวามากกว่า (สำหรับคนตีขวา) ด้วยเหตุนี้เมื่อลูกไปทางด้านขวาบ่อยๆครั้งในการฝึกซัอมโดยไม่รู้สาเหตุ นักกอล์ฟก็จะพยายามชดเชยการตี เปลี่ยนการเล็ง / ปิดหน้าไม้มากขึ้น / ขยับเปลี่ยนตำแหน่งบอล เพื่อที่จะเปลี่ยนทิศทางลูกฯที่ออกไปทางขวา ให้กลับมาทางด้านซ้ายให้ได้โดยอัตโนมัติแบบไม่รู้ตัว
และสำหรับ ขนาดกริ๊ปที่เล็กกว่ามือ จะมีผลทำให้ทิศทางของลูกกอล์ฟไปทางด้านซ้ายได้ง่ายกว่า จับกริ๊ปจะหลวมไม่กระชับ การพลิกของหน้าไม้ง่ายกว่า ก็พยายามฝึกซ้อมโดยการปรับวงสวิงชดเชยเช่นกัน โดยไม่ทราบว่าขนาดกริ๊ปไม่พอดีกับขนาดมือ
ส่วนใหญ่นักกอล์ฟจะไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงว่าเป็นเพราะเหตุใด ก็ทำการฝึกซัอม และใช้กริ๊ปที่มีขนาดใหญ่ หรือเล็กกว่าขนาดมือไปจนคุ้นเคย และชินกับการสวิงของตัวเองที่ได้ชดเชยไปเรียบร้อยแล้ว และถ้าหากไปใช้กริ๊ปในไม้กอล์ฟอื่นๆที่มีขนาดพอดีมือแล้ว การฝึกซ้อมวงสวิงก็จะเกิดอาการสับสน และจดจำวงสวิงหลายๆแบบ ที่ไม้ฯนี้ต้องตีต้องยืนจรดแบบนี้ และไม้ฯนั้นต้องทำแบบนั้น สรุปทำให้เกมส์กอล์ฟตัวเองเล่นยากขึ้นมาก เพราะสาเหตุเพียงจุดเล็กๆของขนาดกริ๊ปที่ไม่พอดีมือนั่นเอง
นักกอล์หลายๆท่านไม่เคยทราบเลยว่า ขนาดกริ๊ป (Grip Size) ในไม้กอล์ฟทั้งหมดของตัวเองนั้น มีขนาดกริ๊ปพอดีกับ #ขนาดมือของตัวเราเอง หรือไม่?? หรือเป็น แบบจับฉ่าย คือ ไดร์ฟเวอร์อาจมีขนาดแบบนึง และแฟร์เวย์วูด หรือชุดเหล็กก็มีอีกขนาดต่างกัน ซึ่งผู้ใช้เองก็ไม่ทราบ ได้แต่ปรับตัวเองให้เข้ากับไม้กอล์ฟไปเรื่อย ให้พอตีได้ ผิดบ้างเพี้ยนบ้างคงเป็นเรื่องของวงสวิงไม่ดีเอง
![]() |
| การฟิตติ้งขนาดกริ๊ปช่วยเพิ่มความแม่นยำ |
และสำหรับ ขนาดกริ๊ปที่เล็กกว่ามือ จะมีผลทำให้ทิศทางของลูกกอล์ฟไปทางด้านซ้ายได้ง่ายกว่า จับกริ๊ปจะหลวมไม่กระชับ การพลิกของหน้าไม้ง่ายกว่า ก็พยายามฝึกซ้อมโดยการปรับวงสวิงชดเชยเช่นกัน โดยไม่ทราบว่าขนาดกริ๊ปไม่พอดีกับขนาดมือ
ส่วนใหญ่นักกอล์ฟจะไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงว่าเป็นเพราะเหตุใด ก็ทำการฝึกซัอม และใช้กริ๊ปที่มีขนาดใหญ่ หรือเล็กกว่าขนาดมือไปจนคุ้นเคย และชินกับการสวิงของตัวเองที่ได้ชดเชยไปเรียบร้อยแล้ว และถ้าหากไปใช้กริ๊ปในไม้กอล์ฟอื่นๆที่มีขนาดพอดีมือแล้ว การฝึกซ้อมวงสวิงก็จะเกิดอาการสับสน และจดจำวงสวิงหลายๆแบบ ที่ไม้ฯนี้ต้องตีต้องยืนจรดแบบนี้ และไม้ฯนั้นต้องทำแบบนั้น สรุปทำให้เกมส์กอล์ฟตัวเองเล่นยากขึ้นมาก เพราะสาเหตุเพียงจุดเล็กๆของขนาดกริ๊ปที่ไม่พอดีมือนั่นเอง
20 มกราคม 2562
การเลือกชุดเวดจ์ที่มีประสิทธิภาพ
/// W e d g e T a l k # 3 ///
⭕ เมื่อสองตอนที่แล้วพูดเรื่องการเลือกชุด Wedge ในเรื่องของ องศาหน้าไม้ (Loft Angle) ว่าควรไล่เรียงจากชุดเหล็ก และ องศาบาวซ์ (Bounce Angle) ที่ควรมีองศาที่หลายหลากให้เหมาะกับการเล่นในพื้นผิวสนามรอบๆกรีนที่แตกต่างกัน⭕ ซึ่งในตอนนี้จะพูดถึงเรื่องของ น้ำหนักรวมไม้กอล์ฟ (Total Weight) ที่ต่างกันนั่นเป็นเพราะชุดเวดจ์จะขายแยกจากชุดเหล็ก และส่วนใหญ่ชุดเวดจ์จะมีก้านที่ขายติดมาเป็นก้านเหล็กที่หนัก และแข็ง มีสวิงเวทที่มาก (หาก้านน้ำหนักเบาที่ติดมาน้อยมากๆ) ซึ่งจะเหมาะกับนักกอล์ฟที่แข็งแรง และใช้ก้านใน ชุดเหล็กเป็นก้านเหล็ก (Steel Shaft) ที่น้ำหนักที่ไล่เรียงไม่ห่างกันมาก จึงเหมาะสมและใช้งานโดยไม่รู้สึกแต่ต่างและลงตัว
![]() |
| จัดระเบียนน้ำหนักรวมก้านทั้งชุดเหล็ก และเวดจ์ |
⭕ ดังนั้นลองเช็คอุปกรณ์ของตัวเองดูสิครับว่า ก้านในชุดเวดจ์ กับ ชุดเหล็กของท้านไปด้วยกันได้ไหม เช่น น้ำหนักก้าน / ความยาวก้าน / สวิงเวท / ขนาดกริ๊ป ซึ่งสิ่งเหล่านี้ที่ทำให้ความแม่นยำ และแน่นนอนในช๊อตทำคะแนนหายไป เพราะชุดเหล็ก กับ ชุดเวดจ์ควรเป็นสเปคไม้ฯ ที่ไล่เรียงน้ำหนัก และความรู้สึกวนการสวิงที่คล้ายๆกันไล่ลงมา
⭕ อย่าปล่อยให้ความรู้สึกในการสวิงนั้นติดตัวไปนาน ควรนำชุดเหล็ก กับชุดเวดจ์ มาปรึกษา Professional Clubfitting และจัดระเบียบน้ำหนักรวม (Total Weight) ใหม่ในชุดเหล็ก/เวดจ์ ในสัมพันธ์กันดีกว่าไหมครับ??
15 มกราคม 2562
การเลือกชุดเวดจ์ให้มีประสิทธิภาพ
/// W e d g e T a l k # 2 ///
⭕ การเลือกมีชุด Wedge เมื่อตอนที่แล้วให้เลือกดูที่ องศาหน้าไม้ (Loft Angle) ที่ไล่เรียงต่อมาจาก PW, Pitching Wedge ที่ควรมีองศาหน้าไม้ที่ไม่ห่าง หรือใกล้กันจนเกินไป ที่จะทำให้ระยะที่ได้จะห่าง หรือได้ใกล้กันไปด้วย สำหรับตอนนี้ควรเลือกดูที่องศาบลาวซ์ Bounce Angle หรืออาจแปลว่า มุมกระดอน ก็พอได้แต่จะไม่ค่อยเรียกกัน
⭕ ในทุกๆเหล็กจะมีองศาบลาวซ์ และเมื่อองศา Loft มากขึ้นองศา Bounce ก็จะมากขึ้นตามด้วย แต่ในชุดเวดจ์จะมีการออกแบบ Bounce Angle ให้มีหลายหลาก เพื่อให้เหมาะกับการเล่นในอุปสรรคพื้นผิวสนามที่ออกแบบไว้แตกต่างกันรอบๆกรีน เพราะฉนั้นการเลือกมี Bounce ในชุดเวดจ์ไม่ควรเลือกให้มีองศาบาวซ์ที่เหมือนกันทั้งหมด
Low Bounce (4ํ-8ํ องศา) เหมาะกับการเล่นในพื้นผิวหญ้า หรือทรายที่ เตียน/แน่น /เรียบ องศาบาวซ์ที่น้อยจะช่วยป้องกันการตีหลังลูก / ตีท๊อป จะช่วยการตีสอดลูกฯ ผ่านลูกได้ดี
High Bounce (10ํ-14ํ องศา) เหมาะกับเล่นในพื้นผิวที่นุ่มสุย / หญ้าฟู / ทรายร่วน เพราะองศาบาวซ์ที่มากจะช่วยให้ตีไม่ลอดลูกฯ ผ่านพื้นผิวที่นุ่มซุยแบบนี้โด้โดยดีช่วยลดมุมชัน/ขุดด้วยมุมกระดอน
⭕ หากการเลือกมีชุดเวดจ์ที่มีองศาบาวซ์ที่เหมือนกันจะไม่ช่วยให้ท่านมีการเล่นรอบๆกรีน Short Game ได้หลายหลากในแต่ละพื้นผิวของแต่ละอุปสรรคที่ออกแบบไว้ต่างกันได้ และนอกจากนั้นการฝึกซ้อม และวิธีของการสวิงในชุดเวดจ์นี้จำเป็นต้องในเวลากับมันมากพอสมควรด้วยครับ
⭕ การเลือกมีชุด Wedge เมื่อตอนที่แล้วให้เลือกดูที่ องศาหน้าไม้ (Loft Angle) ที่ไล่เรียงต่อมาจาก PW, Pitching Wedge ที่ควรมีองศาหน้าไม้ที่ไม่ห่าง หรือใกล้กันจนเกินไป ที่จะทำให้ระยะที่ได้จะห่าง หรือได้ใกล้กันไปด้วย สำหรับตอนนี้ควรเลือกดูที่องศาบลาวซ์ Bounce Angle หรืออาจแปลว่า มุมกระดอน ก็พอได้แต่จะไม่ค่อยเรียกกัน
⭕ ในทุกๆเหล็กจะมีองศาบลาวซ์ และเมื่อองศา Loft มากขึ้นองศา Bounce ก็จะมากขึ้นตามด้วย แต่ในชุดเวดจ์จะมีการออกแบบ Bounce Angle ให้มีหลายหลาก เพื่อให้เหมาะกับการเล่นในอุปสรรคพื้นผิวสนามที่ออกแบบไว้แตกต่างกันรอบๆกรีน เพราะฉนั้นการเลือกมี Bounce ในชุดเวดจ์ไม่ควรเลือกให้มีองศาบาวซ์ที่เหมือนกันทั้งหมด
Low Bounce (4ํ-8ํ องศา) เหมาะกับการเล่นในพื้นผิวหญ้า หรือทรายที่ เตียน/แน่น /เรียบ องศาบาวซ์ที่น้อยจะช่วยป้องกันการตีหลังลูก / ตีท๊อป จะช่วยการตีสอดลูกฯ ผ่านลูกได้ดี
High Bounce (10ํ-14ํ องศา) เหมาะกับเล่นในพื้นผิวที่นุ่มสุย / หญ้าฟู / ทรายร่วน เพราะองศาบาวซ์ที่มากจะช่วยให้ตีไม่ลอดลูกฯ ผ่านพื้นผิวที่นุ่มซุยแบบนี้โด้โดยดีช่วยลดมุมชัน/ขุดด้วยมุมกระดอน
⭕ หากการเลือกมีชุดเวดจ์ที่มีองศาบาวซ์ที่เหมือนกันจะไม่ช่วยให้ท่านมีการเล่นรอบๆกรีน Short Game ได้หลายหลากในแต่ละพื้นผิวของแต่ละอุปสรรคที่ออกแบบไว้ต่างกันได้ และนอกจากนั้นการฝึกซ้อม และวิธีของการสวิงในชุดเวดจ์นี้จำเป็นต้องในเวลากับมันมากพอสมควรด้วยครับ
8 มกราคม 2562
การเลือกชุดเวดจ์ให้เหมาะสมและเข้ากับชุดเหล็ก
/// W e d g e T a l k # 1 ///
ซึ่งชุด Wedge ที่วางจำหน่ายทั่วไปในปัจจุบัน จะมีองศาหน้าไม้ให้เลือกหลายหลาก และสิ่งแรกที่นักกอล์ฟควรเลือกที่สุด คือ องศาหน้าไม้ที่ต้องสัมพันธ์ กับ PW (Pitching Wedge, 46ํ-48ํ องศา) เหล็กตัวสุดท้ายในชุดเหล็กว่า..ควรมีองศาหน้ไม้เท่าไร ซึ่งเป็นที่มาของระยะที่ต้องการต่อเนื่องมา คือ GW (Gap Wedge, 50ํ-52ํ องศา) ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่เข้าใจ และข้ามไปเลือกมี SW (Sand Wedge, 54ํ-56ํ องศา) แทน และทำให้เกิดช่องว่างของระยะในช๊อตขึ้นกรีนที่ขาดความแม่นยำ
ดังนั้นควรรู้องศาหน้าไม้ในชุดเหล็กทุกเบอร์ โดยเฉพาะ PW และตรวจเช็ควัดจริง เพื่อที่จะเลือกมีองศาหน้าไม้ของ ชุดWedge ตัวแรก ได้อย่างถูกต้อง และตามด้วย Wedge ตัวที่สอง ที่จำเป็นต้องมีช่วงห่างขององศาหน้าไม้ที่สัมพันธ์กันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเหมือนกันกับ ช่วงห่างขององศาหน้าไม้ในชุดเหล็ก ที่เป็นที่มาของระยะห่างกันที่ได้ของเหล็กแต่ละเบอร์นั่นเอง (10-15 หลา)
การเลือก Putter ควรเลือกที่แบบคอไม้
⭕ การเลือกใช้ Putter ใช่ว่าเลือกซื้อเพราะชื่อยี่ห้อ หรือรุ่นที่ชอบถูกใจ ที่คนรู้จักเท่านั้น ควรเลือกในส่วนที่สำคัญกับสไตล์การพัตต์ของตัวเอง กับ สเปคการออกแบบคอไม้ Putter (Toe Flow หรือ Toe Hang) บางทีเรียก Face Balance / Non-Face Balance ที่ซึ่งมีผลต่อการพัตต์อย่างยิ่ง ที่จะทำให้ส่งเสริมการพัตต์ของตัวเองให้ดีขึ้น ไม่ใช่ไปปรับการพัตต์ของตัวเองเพื่อให้เข้ากับ Putter นะครับ

⭕ ซึ่ง แนวสโตรกการพัตต์ (Stroke Path) ของแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน เช่น Square to Square หรือ In to Out เป็นต้น ซึ่งแต่ละแบบจะมีแนวสโตรกการพัตต์กับแนวการเล็งที่ มาก หรือน้อยแตกต่างกัน เช่นเดียวกันกับรูปแบบของคอ Putter ที่ออกแบบให้เหมาะสมกับการพัตต์ของแต่ละคนที่จะทำให้หน้า Putter กับมาแสควร์ได้ในตอนอิมแพคได้ดี ซึ่งจะทำให้ทิศทาง และการ Roll ของลูกกอล์ฟในการพัตต์ออกจากหน้า Putter เป็นไปอย่างที่แนวเล็งที่ตั้งใจไว้ครับ
⭕ สำหรับท่านที่ไม่แน่ใจแนะนำให้ปรึกษา Professional Clubfitting และเลือกแบบ Putter ที่เหมาะกับสไตล์การพัตต์ของคุณ พร้อมฟิตติ้งเรื่องความยาวก้าน / Balance น้ำหนัก Putter ให้เหมาะกับตัวคุณเองดีกว่าเลือกแบบที่ต้องปรับ/เปลี่ยนการพัตต์ของตัวเองให้เข้ากับแบบ Putter และสเปคที่ทำมาจำหน่ายในหลายๆแบบ หลายๆสไตล์ด้วยกัน

⭕ ซึ่ง แนวสโตรกการพัตต์ (Stroke Path) ของแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน เช่น Square to Square หรือ In to Out เป็นต้น ซึ่งแต่ละแบบจะมีแนวสโตรกการพัตต์กับแนวการเล็งที่ มาก หรือน้อยแตกต่างกัน เช่นเดียวกันกับรูปแบบของคอ Putter ที่ออกแบบให้เหมาะสมกับการพัตต์ของแต่ละคนที่จะทำให้หน้า Putter กับมาแสควร์ได้ในตอนอิมแพคได้ดี ซึ่งจะทำให้ทิศทาง และการ Roll ของลูกกอล์ฟในการพัตต์ออกจากหน้า Putter เป็นไปอย่างที่แนวเล็งที่ตั้งใจไว้ครับ
18 ตุลาคม 2561
มองหาสเปคของตัวเองน่าจะเหมาะกว่าสเปคมาตรฐานโรงงาน
นักกอล์ฟส่วนใหญ่มองหา และจดจำ ชื่อยี่ห้อ / แบรนด์ หรือรุ่นไม้กอล์ฟ / ก้าน และ ทดลองรุ่นต่างๆนั้นไปเรื่อยๆ ว่ามีสเปคแบบไหนอย่างไร จนกว่าจะพบอันที่ตัวเองชื่นชอบ ซื่งจนลืมจดจำสเปคข้างในไม้กอล์ฟ หรือ ก้านนั้นจริงๆว่า มีสเปคข้างในนั้นเป็นอย่างไรในแบบที่ตนเองชื่นชอบ
🔶 สเปคในไม้กอล์ฟ ที่น่าควรจะจดจำที่สุด คือ น้ำหนักรวมไม้กอล์ฟ / น้ำหนักก้าน / องศาหน้าไม้ / รูปทรงการออกแบบหัวไม้-ใบเหล็ก / ตำแหน่งจุดศูนย์ถ่วงหัวไม้-ใบเหล็ก / ความยาวก้าน / Flex ก้าน (CPM) / Bend Profile และขนาดกริ๊ปไซด์ ฯลฯ ซึ่งสเปคข้างในไม้กอล์ฟเหล่านี้จะเป็นสเปคที่แท้จริงของคุณเอง
🔺 ซึ่งไม่ว่าจะเป็นยี่ห้ออะไร / แบรนด์ไหน หรือรุ่นใดก็ตาม ถ้าสามารถทำให้ได้สเปคข้างในไม้กอล์ฟเหล่านั้นที่คุณต้องการได้แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องไปจดจำชื่อยี่ห้อ/รุ่น-แบรนด์นั้นๆเลย ถึงแม้ว่ามันจะเลิกผลิตไป หรือหามาชดเชยรุ่นนั้นไม่ได้แล้ว ก็ยังจะสามารถหารุ่นอื่นๆมาแทนสเปคของคุณได้เช่นกัน
🔵 ก็เปรียบเสมือนว่า คุณมีสเปคไม้กอล์ฟประจำตัว ของคุณนั่นเอง ซึ่งสามารถเสาะหาไม้กอล์ฟแบรนด์ไหนก็ได้ ที่ปรับแต่งให้ตอบโจทย์สเปคข้างในของคุณได้ ซึ่งไม่ต่างอะไรเลย กับ Tour Pro ที่ย้ายค่าย / เปลี่ยนสปอนด์เซอร์ แต่ต้องทำสเปคที่ตัวเองชอบให้ได้ ซึ่งสาเหตุที่เปลี่ยนนั่นก็เพราะตัวเลขสั่งจ่ายบนเช็คที่ได้ต่อปีนั้นต่างกันนั่นเองครับ
![]() |
| สเปคมาตรฐานของแต่ละแบรนด์ไม่เหมือนกัน |
🔺 ซึ่งไม่ว่าจะเป็นยี่ห้ออะไร / แบรนด์ไหน หรือรุ่นใดก็ตาม ถ้าสามารถทำให้ได้สเปคข้างในไม้กอล์ฟเหล่านั้นที่คุณต้องการได้แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องไปจดจำชื่อยี่ห้อ/รุ่น-แบรนด์นั้นๆเลย ถึงแม้ว่ามันจะเลิกผลิตไป หรือหามาชดเชยรุ่นนั้นไม่ได้แล้ว ก็ยังจะสามารถหารุ่นอื่นๆมาแทนสเปคของคุณได้เช่นกัน
🔵 ก็เปรียบเสมือนว่า คุณมีสเปคไม้กอล์ฟประจำตัว ของคุณนั่นเอง ซึ่งสามารถเสาะหาไม้กอล์ฟแบรนด์ไหนก็ได้ ที่ปรับแต่งให้ตอบโจทย์สเปคข้างในของคุณได้ ซึ่งไม่ต่างอะไรเลย กับ Tour Pro ที่ย้ายค่าย / เปลี่ยนสปอนด์เซอร์ แต่ต้องทำสเปคที่ตัวเองชอบให้ได้ ซึ่งสาเหตุที่เปลี่ยนนั่นก็เพราะตัวเลขสั่งจ่ายบนเช็คที่ได้ต่อปีนั้นต่างกันนั่นเองครับ
5 สิงหาคม 2561
คำถามเรื่องไม้กอล์ฟจากสมาชิกแฟนเพจ
ตอบคำถามสมช. และ Fan Page
ผมว่ามี 3 เรื่องที่นักกอล์ฟ (สมัครเล่น) ส่วนใหญ่น่าจะสนใจ แต่ไม่ค่อยมีคนให้ความรู้คือ
1. การปรับก้านและไม้ ให้เป็น optimal launch เหมาะที่สุดสำหรับตัวเอง
⭕ ส่วนใหญ่จะมองที่ก้าน เพื่อให้เกิด Dynamic Loft angle ที่ยกลูกได้ดี ซึ่งเป็น Minor effect แต่ลืมมอง #องศาหน้าไม้จริง (Static Loft Angle) ที่เป็น Major effect ที่ทำให้เกิดการลูกยกตัว (Optimal Launch) ได้ดีกว่า คงที่กว่า และได้ระยะตามมา โดยอาจไม่ต้องมีปลายก้านที่อ่อนเกินไปเพื่อรอให้เกิด dynamic loft จากการดีดก้าน
2. การลด total weight เพื่อให้ทำ club head velocity ได้มากขึ้น แต่ให้คง swing weight ไว้เท่าๆ เดิม ... จะทำได้แค่ไหนในกรณีนักกอล์ฟซีเนียร์
💠 ลด Total weight ง่ายครับ ลดน้ำหนักก้าน/กริ๊ป หรือ หัวไม้ แต่ความยาวก้านเพิ่มขึ้นด้วย เพื่อชดเชย SW ที่หายไป แต่การ error จะมากขึ้น Consistency น้อยลด และ AOA (Angle Of Attack) จะเป็นมุมกด หรือ Flat ซึ่งหลายคนพลาดเรื่อง SW เพราะเป็นเพียงแค่ นน.สมมติครับ (องศาหน้าไม้ที่มากขึ้น #ตอบโจทย์ซีเนียที่สปีดช้ามากกว่าก้านที่เบา และปลายที่อ่อนครับ)
3. เพราะตอนนี้ก้านรุ่นใหม่ๆ ลงไปถึง 20 กว่ากรัมแล้วครับ ??
🔶 มวลเบาเพื่อการยกตัวของลูก แต่มวลน้อย การอิมแพคน้อยลงด้วย ประกอบก้านต้องยาวขึ้น เกิด error ง่ายกว่า ลูกไม่ค่อยลอยเพราะ #AOA จะเป็น Flat หรือ มุมกด (แต่ลูกกอล์ฟยกตัวด้วยองศาที่มากขึ้นจะดีกว่าครับ)
**ก้านเบา แพง/หักง่าย ไม่ตอบโจทย์การใช้จริง เพราะ margin ทางการตลาดก้านดีจะกว่าหัวไม้ ออกมารุ่นละ 2 แบบองศาเท่านั้น
4. การจัดแนวดีดของก้านที่พูดถึงบ่อยๆ ครับ
🚩Neutral Bending Position การดีดที่เป็นธรรมชาติ และมีประสิทธิภาพสูงสุด บนก้านที่ทรงกลม ซึ่งคล้ายๆกับลักษณะการโก่งคันธนูยิง
ไม่ใช่การหาตำแหน่ง Spine หรือกระดูกก้าน แล้วนำมาวางไว้ที่ตำแหน่ง 12 หรือ 6 นาฬิกา เพราะก้านหนึ่งก้านไม่ได้มี Spine เดียว หรือ สอง Spine ที่ต้องอยู่ตำแหน่งตรงข้ามกันเสมอ
ฉนั้นช่าง และนักกอล์ฟหลายคนไม่เข้าใจในการจัดก้านแบบนี้ ซึ่งการจัดก้านแล้วต้องจัดสวิงเวทให้สัมพันธ์กับลักษณะ หรือสเปคของก้านนั้นๆด้วย จะช่วยให้การดีดก้านนั้น เหมือนติดสปริงเพิ่มขึ้นครับ
ผมว่ามี 3 เรื่องที่นักกอล์ฟ (สมัครเล่น) ส่วนใหญ่น่าจะสนใจ แต่ไม่ค่อยมีคนให้ความรู้คือ
1. การปรับก้านและไม้ ให้เป็น optimal launch เหมาะที่สุดสำหรับตัวเอง
⭕ ส่วนใหญ่จะมองที่ก้าน เพื่อให้เกิด Dynamic Loft angle ที่ยกลูกได้ดี ซึ่งเป็น Minor effect แต่ลืมมอง #องศาหน้าไม้จริง (Static Loft Angle) ที่เป็น Major effect ที่ทำให้เกิดการลูกยกตัว (Optimal Launch) ได้ดีกว่า คงที่กว่า และได้ระยะตามมา โดยอาจไม่ต้องมีปลายก้านที่อ่อนเกินไปเพื่อรอให้เกิด dynamic loft จากการดีดก้าน
💠 ลด Total weight ง่ายครับ ลดน้ำหนักก้าน/กริ๊ป หรือ หัวไม้ แต่ความยาวก้านเพิ่มขึ้นด้วย เพื่อชดเชย SW ที่หายไป แต่การ error จะมากขึ้น Consistency น้อยลด และ AOA (Angle Of Attack) จะเป็นมุมกด หรือ Flat ซึ่งหลายคนพลาดเรื่อง SW เพราะเป็นเพียงแค่ นน.สมมติครับ (องศาหน้าไม้ที่มากขึ้น #ตอบโจทย์ซีเนียที่สปีดช้ามากกว่าก้านที่เบา และปลายที่อ่อนครับ)
3. เพราะตอนนี้ก้านรุ่นใหม่ๆ ลงไปถึง 20 กว่ากรัมแล้วครับ ??
🔶 มวลเบาเพื่อการยกตัวของลูก แต่มวลน้อย การอิมแพคน้อยลงด้วย ประกอบก้านต้องยาวขึ้น เกิด error ง่ายกว่า ลูกไม่ค่อยลอยเพราะ #AOA จะเป็น Flat หรือ มุมกด (แต่ลูกกอล์ฟยกตัวด้วยองศาที่มากขึ้นจะดีกว่าครับ)
**ก้านเบา แพง/หักง่าย ไม่ตอบโจทย์การใช้จริง เพราะ margin ทางการตลาดก้านดีจะกว่าหัวไม้ ออกมารุ่นละ 2 แบบองศาเท่านั้น
![]() |
| แนวดีดก้านที่เป็นได้ 2 ทิศทาง |
🚩Neutral Bending Position การดีดที่เป็นธรรมชาติ และมีประสิทธิภาพสูงสุด บนก้านที่ทรงกลม ซึ่งคล้ายๆกับลักษณะการโก่งคันธนูยิง
ไม่ใช่การหาตำแหน่ง Spine หรือกระดูกก้าน แล้วนำมาวางไว้ที่ตำแหน่ง 12 หรือ 6 นาฬิกา เพราะก้านหนึ่งก้านไม่ได้มี Spine เดียว หรือ สอง Spine ที่ต้องอยู่ตำแหน่งตรงข้ามกันเสมอ
ฉนั้นช่าง และนักกอล์ฟหลายคนไม่เข้าใจในการจัดก้านแบบนี้ ซึ่งการจัดก้านแล้วต้องจัดสวิงเวทให้สัมพันธ์กับลักษณะ หรือสเปคของก้านนั้นๆด้วย จะช่วยให้การดีดก้านนั้น เหมือนติดสปริงเพิ่มขึ้นครับ
16 กรกฎาคม 2561
นักกอล์ฟมีหลายแบบ ต่างที่วัตถุประสงค์ และความต้องการ
🅾 นักกอล์ฟ อาจแบ่งได้เป็น 4 แบบ 🅾
1. นักกอล์ฟออกงาน : เล่นกอล์ฟเพื่อออกสังคม และสังสรรค์ หรือรับแขกเสียส่วนใหญ่ ไม่ค่อยสนใจเรื่องอุปกรณ์ หรือการฝึกซ้อมมากนัก ซื้อ หรือ มีอุปกรณ์ตามคำบอกเล่า หรือโฆษณา แค่เพียงมีไม้กอล์ฟสักชุดไว้หลังรถเพื่อออกรอบก็เพียงพอแล้ว จะเห็นการเลิกเล่นกอล์ฟมากในกลุ่มนี้
2. นักกอล์ฟแฟชั่น : ติดตามไม้กอล์ฟรุ่นใหม่ๆตลอดเวลา เปรียบเสมือนกับเป็นกูรู หรือคอรั่มนิสต์ก็ว่าได้ รู้แต่ละรุ่นๆ แต่ละแบรนด์ดี เปลี่ยนไม้กอล์ฟบ่อย (Standard to Standard) และจะมีไม้กอล์ฟสะสมอยู่หลายๆชุดที่บ้าน ฝีมือจะดีกว่านักกอล์ฟออกงาน หรือ เป็นระดับท๊อปสมัครเล่น พบเขาได้ตามเว๊ปไม้กอล์ฟทั่วไป
3. นักกอล์ฟจริงจัง : อาจเคยเป็นนักกอล์ฟทั้ง 2 แบบข้างบนมาแล้ว หรือ ชอบเล่นกีฬากอล์ฟเพื่อต้องการพัฒนาฝีมืออย่างจริงจัง ขยันฝึกซ้อม พร้อมจะก้าวสู่ระดับอาชีพ จะไม่ค่อยเห็นการเปลี่ยนอุปกรณ์บ่อย แต่จะค้นหาสเปคที่เหมาะ และทำ #Clubfitting เพื่อให้ได้ไม้กอล์ฟตามฝีมือตัวเองจริงๆ เพื่อนำมาพัฒนาฝึกซ้อมวงสวิงต่อไป
4. นักกอล์ฟอาชีพ : ไม้ฯอะไรก็ตีได้ มีฝีมือกับตัว แต่ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างที่แยกแยะระดับในนักกอล์ฟประเภทนี้ อยู่กับสปอนด์เซอร์ที่ได้ จากฝีมือความใส่ใจในการฝึกซ้อม เรียนรู้ในเกมส์ #กอล์ฟระดับทัวร์สูงขึ้น เพราะยังมีที่ไม่ได้ลงแข่งขัน หรือยังไม่สามารถผ่านการตัดตัวได้ ก็ยังมีอีกมากในนักกอล์ฟประเภทนี้ครับ
แล้วคุณละ..เป็นนักกอล์ฟแบบไหนครับ ??
1. นักกอล์ฟออกงาน : เล่นกอล์ฟเพื่อออกสังคม และสังสรรค์ หรือรับแขกเสียส่วนใหญ่ ไม่ค่อยสนใจเรื่องอุปกรณ์ หรือการฝึกซ้อมมากนัก ซื้อ หรือ มีอุปกรณ์ตามคำบอกเล่า หรือโฆษณา แค่เพียงมีไม้กอล์ฟสักชุดไว้หลังรถเพื่อออกรอบก็เพียงพอแล้ว จะเห็นการเลิกเล่นกอล์ฟมากในกลุ่มนี้
2. นักกอล์ฟแฟชั่น : ติดตามไม้กอล์ฟรุ่นใหม่ๆตลอดเวลา เปรียบเสมือนกับเป็นกูรู หรือคอรั่มนิสต์ก็ว่าได้ รู้แต่ละรุ่นๆ แต่ละแบรนด์ดี เปลี่ยนไม้กอล์ฟบ่อย (Standard to Standard) และจะมีไม้กอล์ฟสะสมอยู่หลายๆชุดที่บ้าน ฝีมือจะดีกว่านักกอล์ฟออกงาน หรือ เป็นระดับท๊อปสมัครเล่น พบเขาได้ตามเว๊ปไม้กอล์ฟทั่วไป
3. นักกอล์ฟจริงจัง : อาจเคยเป็นนักกอล์ฟทั้ง 2 แบบข้างบนมาแล้ว หรือ ชอบเล่นกีฬากอล์ฟเพื่อต้องการพัฒนาฝีมืออย่างจริงจัง ขยันฝึกซ้อม พร้อมจะก้าวสู่ระดับอาชีพ จะไม่ค่อยเห็นการเปลี่ยนอุปกรณ์บ่อย แต่จะค้นหาสเปคที่เหมาะ และทำ #Clubfitting เพื่อให้ได้ไม้กอล์ฟตามฝีมือตัวเองจริงๆ เพื่อนำมาพัฒนาฝึกซ้อมวงสวิงต่อไป
4. นักกอล์ฟอาชีพ : ไม้ฯอะไรก็ตีได้ มีฝีมือกับตัว แต่ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างที่แยกแยะระดับในนักกอล์ฟประเภทนี้ อยู่กับสปอนด์เซอร์ที่ได้ จากฝีมือความใส่ใจในการฝึกซ้อม เรียนรู้ในเกมส์ #กอล์ฟระดับทัวร์สูงขึ้น เพราะยังมีที่ไม่ได้ลงแข่งขัน หรือยังไม่สามารถผ่านการตัดตัวได้ ก็ยังมีอีกมากในนักกอล์ฟประเภทนี้ครับ
แล้วคุณละ..เป็นนักกอล์ฟแบบไหนครับ ??
2 กรกฎาคม 2561
ความยาวมีผลกระทบต่อ Lie Angle
🔶 เชื่อไหมครับว่า...ไดร์ฟเวอร์ที่มีความยาวก้านยาวเกินกว่าสรีระตัวเอง ทำให้การยืนจรด ไม่สามารถวางหน้าไม้ฯให้เส้นบนหน้าไม้ (Scoreline) ขนานกับพื้นได้เลย (ดังรูป) นั่นหมายถึงผลกระทบกับ Lie Angle ลักษณะเดียวกันแบบในชุดเหล็ก
▶ จึงมีผลทำให้ตำแหน่งจุดศูนย์ถ่วงกลางหน้าไม้ และหัวไม้ (Center Gravity) เลื่อนไปชิดกับคอไม้ หรือ Toe Up ซึ่งทำให้องศาหน้าไม้ขณะอิมแพคเปลี่ยนไป จะทำให้มีผลกระทบต่อทิศทาง / สปินเรทเพิ่มขึ้น /Attack Angle เป็นมุมกดได้ง่าย
🅾 ลองหยิบไดร์ฟเวอร์ของตัวเองมาตรวจเช็คการยืนจรดดูสิครับ ว่าตำแหน่งหัวไม้ปลายกระดก หรือ Toe Up มากน้อยขนาดไหน และลองจับโช๊คลงดู ว่าควรจะมีความยาวก้านเท่าไร?? ที่จะทำให้แนวเส้นบนหน้าไม้ (Scoreline) ในไดร์ฟเวอร์ขนานกันพื้นได้
💠 ดังนั้นความยาวก้านไดร์ฟเวอร์ที่เหมาะสม จะมีผลดีต่อมุมปะทะหน้าไม้ ซึ่งเป็นตัวกำหนดทิศทาง และระยะตามมาที่ดี นอกเสียจากว่าท่านได้ "ปรับวงสวิงให้เข้ากับความยาวนั้นไปเสียแล้ว" สิ่งที่กล่าวมาคงไม่มีผลอะไรเลย
▶ จึงมีผลทำให้ตำแหน่งจุดศูนย์ถ่วงกลางหน้าไม้ และหัวไม้ (Center Gravity) เลื่อนไปชิดกับคอไม้ หรือ Toe Up ซึ่งทำให้องศาหน้าไม้ขณะอิมแพคเปลี่ยนไป จะทำให้มีผลกระทบต่อทิศทาง / สปินเรทเพิ่มขึ้น /Attack Angle เป็นมุมกดได้ง่าย🅾 ลองหยิบไดร์ฟเวอร์ของตัวเองมาตรวจเช็คการยืนจรดดูสิครับ ว่าตำแหน่งหัวไม้ปลายกระดก หรือ Toe Up มากน้อยขนาดไหน และลองจับโช๊คลงดู ว่าควรจะมีความยาวก้านเท่าไร?? ที่จะทำให้แนวเส้นบนหน้าไม้ (Scoreline) ในไดร์ฟเวอร์ขนานกันพื้นได้
💠 ดังนั้นความยาวก้านไดร์ฟเวอร์ที่เหมาะสม จะมีผลดีต่อมุมปะทะหน้าไม้ ซึ่งเป็นตัวกำหนดทิศทาง และระยะตามมาที่ดี นอกเสียจากว่าท่านได้ "ปรับวงสวิงให้เข้ากับความยาวนั้นไปเสียแล้ว" สิ่งที่กล่าวมาคงไม่มีผลอะไรเลย
9 พฤษภาคม 2561
การพัฒนาเกมส์กอล์ฟมองตรงไหนเป็นสำคัญ
กีฬากอล์ฟกล่าวกันไว้ว่า นักกอล์ฟที่เล่นได้ดีมีประสิทธิภาพสูงสุด ต้องมีทั้งเรื่องทักษะความสามารถร่างกาย (Physical skill) และทักษะทางความคิด (Mental Skill) ทั้ง 2 อย่างอาจมีสัดส่วนอย่างละเท่าๆกัน (50/50) แล้วแต่ความคิดที่มี หรือที่ได้รับมาจะเอนเอียงไปทางไหนมากกว่ากัน ซึ่งต่างจากกีฬาอื่นๆอย่างมากๆ
การฟิตซ้อมทักษะทางร่างกาย (Physical Skill) อยู่ที่ระเบียบวินัยความขยัน ส่วนใหญ่นักกอล์ฟก็จะสามารถพัฒนาให้เท่าทันกันได้ทุกๆคน ไม่มีปัญหาเรื่องความได้เปรียบเสียเปรียบ เรื่องสรีระ หรืออุปกรณ์ที่ใช้ เพราะไม้กอล์ฟไม่ได้มีข้อบังคับให้ใช้ไม้อันเดียวกัน แบบเดียวกัน เบอร์เดียวกันในแต่ละช๊อต
แต่ทักษะทางความคิด (Metal Skill) นั้นเป็นสิ่งที่ฝึกซ้อมได้ยาก จะต้องหาแบบฝึกซ้อม+บทเรียน อาจรวมถึงสถานการณ์จริงที่ทำให้เกิดจิตนาการความคิดในทางบวก หรือสร้างสรร (Positive Mind Set) เพื่อให้จิตที่นิ่งปกติเป็นอัตโนมัติ เพื่อไปสั่งร่างกายให้เคลื่อนไหวสวิงได้อย่างที่ฝึกซ้อมมา แม้ระดับอาชีพยังมีให้เห็นความผิดพลาดง่ายๆได้บ่อยครั้ง
ส่วนใหญ่ ใจ (Mental) จะมีอิทธิพลเหนือกาย (Physical) เสียมากกว่า หากได้รับการฝึกความคิดมาไม่ดีพอ จะทำให้วงสวิงตกอยู่ภายใต้ความคิด เพราะใจที่ไม่สงบนิ่ง ต่อให้กายฝึกซ้อมมาอย่างดี ก็พัฒนาเกมส์กอล์ฟออกมาได้ไม่เต็มที่ บางครั้งวงสวิงฝึกมาดีที่สุดแล้ว ใจก็ยังคิดว่าๆยังไม่ดี ปรับตรงนั่น เปลี่ยนตรงนี้ จนไม่รู้ว่าควรพอดีที่ตรงไหน แต่กับลืมการฝึกซ้อมส่วนเล็กๆที่ยิ่งใหญ่ที่เรียกว่า ใจข้างในตัวเองไป
![]() |
ฝึกสมองให้แข็งแรงในภาวะต่างๆ |
แต่ทักษะทางความคิด (Metal Skill) นั้นเป็นสิ่งที่ฝึกซ้อมได้ยาก จะต้องหาแบบฝึกซ้อม+บทเรียน อาจรวมถึงสถานการณ์จริงที่ทำให้เกิดจิตนาการความคิดในทางบวก หรือสร้างสรร (Positive Mind Set) เพื่อให้จิตที่นิ่งปกติเป็นอัตโนมัติ เพื่อไปสั่งร่างกายให้เคลื่อนไหวสวิงได้อย่างที่ฝึกซ้อมมา แม้ระดับอาชีพยังมีให้เห็นความผิดพลาดง่ายๆได้บ่อยครั้ง
ส่วนใหญ่ ใจ (Mental) จะมีอิทธิพลเหนือกาย (Physical) เสียมากกว่า หากได้รับการฝึกความคิดมาไม่ดีพอ จะทำให้วงสวิงตกอยู่ภายใต้ความคิด เพราะใจที่ไม่สงบนิ่ง ต่อให้กายฝึกซ้อมมาอย่างดี ก็พัฒนาเกมส์กอล์ฟออกมาได้ไม่เต็มที่ บางครั้งวงสวิงฝึกมาดีที่สุดแล้ว ใจก็ยังคิดว่าๆยังไม่ดี ปรับตรงนั่น เปลี่ยนตรงนี้ จนไม่รู้ว่าควรพอดีที่ตรงไหน แต่กับลืมการฝึกซ้อมส่วนเล็กๆที่ยิ่งใหญ่ที่เรียกว่า ใจข้างในตัวเองไป
3 พฤษภาคม 2561
แนวดีดก้านที่เหมือนๆกันในชุดเหล็ก ช่วยให้แม่นยำขึ้น
เวลาออกรอบแล้วท่านเคยไม่พอใจในผลงานตัวเองไหมครับ ในช๊อตเดิมๆ หรืออุปกรณ์ตัวเดิม และเคยคิดไหมครับว่า เป็นเพราะวงสวิง หรืออุปกรณ์ที่เป็นสาเหตุให้เกิดผลงานแบบนั้น
ตัวอย่างในชุดเหล็ก ที่ต้องการความแม่นยำ (Accuracy) ผิดพลาดน้อยที่สุด เล็งเข้าเป้ามากที่สุด และความสม่ำเสมอ (Consistency) ตลอด 18 หลุมสวิงได้เหมือนๆกัน ใน 10 ช๊อตผิดพลาดไม่น่าจะเกิน 3 ช๊อตเท่านั้น
ซึ่งในส่วนที่จะนำเสนอในวันนี้คือ แนวดีดก้านที่เหมือนกันในชุดเหล็ก (Neutral Bending Alignment) ด้านที่การดีดก้านดีที่สุดของหนึ่งก้าน และต้องเป็นแนวดีดเหมือนกันในเหล็กทุกๆเบอร์ ที่จะช่วยส่งเสริมให้การเล็ง และ การดีดก้านที่สวิงลงมาได้เหมือนๆกันได้
หากชุดเหล็กที่ยังไม่ได้ทำการจัดแนวดีดก้านให้เหมือนกันแล้วนั้น บางเหล็กรู้สึกก้านทำงานได้ดี แต่บางเหล็กก้านดีดไม่เหมือนกัน ถึงแม้จะโดนดีก็ตาม
ดังนั้นการสวิงที่ดีๆ ที่เหมือนๆกันอาจทำให้ผลงานออกมาได้ไม่ดี/ ไม่เหมือนกันได้ และยิ่งไปกว่านั้น ยังตำหนิการสวิงว่าไม่ดีเองแทน แต่มองข้ามการดีดก้านที่เหมือนๆกัน ที่เป็นผลกระทบต่อทิศทาง และการเล็ง ตลอดจนระยะที่ควรได้เปลี่ยนไปตามการดีดก้านไม่เหมือนกัน
ตัวอย่างในชุดเหล็ก ที่ต้องการความแม่นยำ (Accuracy) ผิดพลาดน้อยที่สุด เล็งเข้าเป้ามากที่สุด และความสม่ำเสมอ (Consistency) ตลอด 18 หลุมสวิงได้เหมือนๆกัน ใน 10 ช๊อตผิดพลาดไม่น่าจะเกิน 3 ช๊อตเท่านั้น
![]() |
| การดีดก้านทีมีผลต่อทิศทาง และระยะตามมา |
หากชุดเหล็กที่ยังไม่ได้ทำการจัดแนวดีดก้านให้เหมือนกันแล้วนั้น บางเหล็กรู้สึกก้านทำงานได้ดี แต่บางเหล็กก้านดีดไม่เหมือนกัน ถึงแม้จะโดนดีก็ตาม
ดังนั้นการสวิงที่ดีๆ ที่เหมือนๆกันอาจทำให้ผลงานออกมาได้ไม่ดี/ ไม่เหมือนกันได้ และยิ่งไปกว่านั้น ยังตำหนิการสวิงว่าไม่ดีเองแทน แต่มองข้ามการดีดก้านที่เหมือนๆกัน ที่เป็นผลกระทบต่อทิศทาง และการเล็ง ตลอดจนระยะที่ควรได้เปลี่ยนไปตามการดีดก้านไม่เหมือนกัน
10 เมษายน 2561
เลือกเปลี่ยนก้านไม้กอล์ฟแบบไหนถึงจะเข้าท่าสุด
จากประสบการณ์ในการให้บริการปรับแต่ง เปลี่ยนก้านไม้กอล์ฟมา ส่วนใหญ่จะพบคำถามหาแบรนด์ หรือยี่ห้อมาก่อนการถามหาสเปค เพราะฉนั้นก้านเลือก หรือเปลี่ยนก้านสักครั้งทั้งทีที่เข้าท่า หรือสามารถนำไปใช้ได้จริงควรจะพิจารณาอย่างไร
ซึ่งหากถามหา "ก้านไหนดี / ก้านไหนเหมาะ หรือยี่ห้อไหนดี" อันไหนน่าจะเวิร์คกว่ากัน?
การเลือกก้านส่วนใหญ่นักกอล์ฟจะเลือกก้านที่รู้จักจากสื่อโฆษณา หรือจากนักกอล์ฟอาชีพที่ได้สปอนด์เซอร์ใช้กัน ซึ่งแต่ละแบรนด์จะพยายามสร้างโอกาสทางการตลาดให้จำชื่อแบรนด์มากกว่าจำสเปค หรือคุณสมบัติก้านที่นำไปใช้ได้จริงของนักกอล์ฟแต่ละคนที่มีทักษะทางกีฬาที่ไม่เหมือนกัน
ซึ่งควรน่าจะถามหาสเปคก่อนแบรนด์จะดีกว่าไหมครับ? เพราะถ้าเลือกแบรนด์ก็ต้องกลับมาถามหาสเปคอยู่ดี ก้านหนึ่งรุ่น/หนึ่งแบรนด์ก็จะแตกต่างกัน ทั้งน้ำหนักก้าน / Flex / Bend point ไม่ใช่เลือกแบรนด์ หรือสีก้านแล้ว จะได้สเปคตามต้องการ ที่เหมาะสมกับการนำไปใช้ได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด นี่ยังไม่รวมกับการประกอบที่ให้เหมาะกับผู้ใช้อีกด้วยนะครับ
การตรวจสอบก้านไหนเหมาะสมกับนักกอล์ฟหนึ่งคน ควรมีความรู้ต้องทราบทักษะการสวิง/สรีระร่างกาย/ความแข็ง ของผู้ใช้ด้วยว่าเป็นอย่างไร ความรู้เรื่องสเปคน้ำหนักก้าน/flex/bend point ตรวจสอบให้เหมาะสมตามศาสตร์ของ Clubfitting รวมถึงการประกอบความยาวก้าน/การ trimming ก้าน/Grip Sizing/สวิงเวท/CPM และจัดวางจุดดีดก้านให้ตรงแนวที่ดีที่สุด
ซึ่งหากเลือกได้ก้านที่เหมาะสมและใกล้เคียงกับความสามารถตัวเองแล้ว แต่ขาดความใส่ใจเรื่องรายละเอียดเรื่องการประกอบไม้กอล์ฟ (Club Assembly) แค่เพียงใส่ก้านให้ติดกับหัวไม้ ใส่กริ๊ปให้ติดกับก้านประกอบตาม Standard Spec ที่ก้านแบรนด์ต่างๆกำหนดมา นั่นก็คงไม่ต่างอะไรกับไม้กอล์ฟทั่วๆไป เพื่อซื้อมาตีไม่ได้ก็ขายไปนั่นเอง
ก้านเป็นส่วนสำคัญหลักของการปรับแต่งสเปคไม้กอล์ฟ ดังนั้นการเลือกก้านแบบไหนที่ตรงกับความต้องการของท่านเองจริงๆ ที่จะนำไปใช้จริง หรือแค่เพียงโชว์ เผื่อขายต่อและเปลี่ยนไปเรื่อยๆตามแฟชั่นก็พอใจแล้ว
ซึ่งหากถามหา "ก้านไหนดี / ก้านไหนเหมาะ หรือยี่ห้อไหนดี" อันไหนน่าจะเวิร์คกว่ากัน?
การเลือกก้านส่วนใหญ่นักกอล์ฟจะเลือกก้านที่รู้จักจากสื่อโฆษณา หรือจากนักกอล์ฟอาชีพที่ได้สปอนด์เซอร์ใช้กัน ซึ่งแต่ละแบรนด์จะพยายามสร้างโอกาสทางการตลาดให้จำชื่อแบรนด์มากกว่าจำสเปค หรือคุณสมบัติก้านที่นำไปใช้ได้จริงของนักกอล์ฟแต่ละคนที่มีทักษะทางกีฬาที่ไม่เหมือนกัน
![]() |
| ก้านไม้กอล์ฟในท้องตลาดมีให้เลือกเป็นร้อย |
![]() |
| การประกอบก้านฯเพื่อให้ได้สเปคสำคัญกว่าชื่อก้าน |
การตรวจสอบก้านไหนเหมาะสมกับนักกอล์ฟหนึ่งคน ควรมีความรู้ต้องทราบทักษะการสวิง/สรีระร่างกาย/ความแข็ง ของผู้ใช้ด้วยว่าเป็นอย่างไร ความรู้เรื่องสเปคน้ำหนักก้าน/flex/bend point ตรวจสอบให้เหมาะสมตามศาสตร์ของ Clubfitting รวมถึงการประกอบความยาวก้าน/การ trimming ก้าน/Grip Sizing/สวิงเวท/CPM และจัดวางจุดดีดก้านให้ตรงแนวที่ดีที่สุด
ซึ่งหากเลือกได้ก้านที่เหมาะสมและใกล้เคียงกับความสามารถตัวเองแล้ว แต่ขาดความใส่ใจเรื่องรายละเอียดเรื่องการประกอบไม้กอล์ฟ (Club Assembly) แค่เพียงใส่ก้านให้ติดกับหัวไม้ ใส่กริ๊ปให้ติดกับก้านประกอบตาม Standard Spec ที่ก้านแบรนด์ต่างๆกำหนดมา นั่นก็คงไม่ต่างอะไรกับไม้กอล์ฟทั่วๆไป เพื่อซื้อมาตีไม่ได้ก็ขายไปนั่นเอง
ก้านเป็นส่วนสำคัญหลักของการปรับแต่งสเปคไม้กอล์ฟ ดังนั้นการเลือกก้านแบบไหนที่ตรงกับความต้องการของท่านเองจริงๆ ที่จะนำไปใช้จริง หรือแค่เพียงโชว์ เผื่อขายต่อและเปลี่ยนไปเรื่อยๆตามแฟชั่นก็พอใจแล้ว
8 มีนาคม 2561
วงสวิง และ อุปกรณ์ไม้กอล์ฟควรให้ความสำคัญอย่างไร
จากการที่ได้สังเกตุการแข่งขัน Thailand Long Drive 2018 รอบชิงชนะเลิศ ที่หัวหิน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา นักกอล์ฟที่เข้ารอบ 8 คนสุดท้ายมีความเร็วหัวไม้ (Club Speed) อยู่ประมาณ 120 +/- MPH และ Carry 300 หลากันทุกคน มีความยาวก้าน และน้ำหนักก้านเฉลี่ยแทบจะใกล้เคียงกัน คือ 46"+/-(1") และ 70-80กรัม
ซึ่งสิ่งที่อยากจะนำเสนอ คือ ใครที่สามารถควบคุมอัตราสปินเรท (Spin rate) / มุมปะทะ (Attack Angle) และ Smash Factor ที่ทำให้ ความเร็วลูกกอล์ฟออกจะหน้าไม้ (Ball Speed) ได้ดีกว่ากัน ซึ่งเป็นที่มาของระยะที่ได้ นั่นก็คือทักษะความสามารถเฉพาะตัว รวมถึงควบคุมจิตใจขณะกำลังไดร์ฟในแต่ละลูกนั้นในเวลา 3 นาที ให้ได้ดีที่สุดอย่างไร
เคยได้กล่าวไปแล้วว่า กีฬากอล์ฟ 100% เป็น ทักษะวงสวิง 70% และอุปกรณ์เพียง 30% ซึ่งในศาสตร์ของ Club Fitting นั้นอุปกรณ์จะช่วยเสริม หรือบั่นทอน(ลบ) ทักษะการสวิงที่ทำได้นั้นอย่างไร ที่ทำให้ผลรวมแล้วออกมาให้ได้มีประสิทธิภาพสูงสุดของนักกอล์ฟหนึ่งคนที่ควรมี
ซึ่งผมเชื่อว่าบรรดาทุกคนในรอบ 8 คนสุดท้ายมีสเปคไดร์ฟเวอร์ที่ฟิตติ้งมาเกือบเต็ม 30% กันทุกคนแน่ๆ (ไม่ว่าเป็นก้าน หรือหัวไม้ยี่ห้อใดที่ต่างๆกัน) แต่จะมาวัดกันที่เรื่อง 70% ของทักษะการสวิง+ความคิด(Mental) ว่าใครจะสามารถทำได้มากกว่ากัน ซึ่งผู้ที่ได้แชมป์ฯนั้นมีในส่วนนี้มากกว่าคนอื่นๆ เชื่อไหมครับว่ามีผู้ที่ไดร์ฟได้ 385 หลาในรอบ 8 คน แต่กลับไม่สามารถเข้าชิงฯได้ (ซึ่งแชมป์ฯได้ระยะเพียง 379 หลาเท่านั้น)
ที่กล่าวมา คือ อุปกรณ์ (30%) จะเป็นส่วนเสริมวงสวิง หรือกั้นขวางวงสวิงไม่ให้ได้ (70%) นั้น ผมว่าทุกท่านเข้าใจได้ ว่าควรให้ความสำคัญกับสิ่งไหนอย่างไร ซึ่ง 2 สิ่งนี้แยกกันไม่ออกอย่างแน่นอนครับ ที่จะทำให้กีฬากอล์ฟของท่านพัฒนาให้ถึงสุดสูงสุดได้อย่างที่ท่านควรเป็น
นักกอล์ฟระดับอาชีพตัดเรื่องความกังวลในอุปกรณ์เพราะมีครบ 30% อย่าแน่นอน และมาใช้เวลาใส่ใจฝึกซ้อมทักษะวงสวิง+ความคิดในเกมส์ ให้มากๆ ซึ่งอาจจะต่างจากนักกอล์ฟสมัครเล่นหลายๆท่านที่ใช้อุปกรณ์แบบมาตราฐาน (One Size Fit All) หรือเปลี่ยนอุปกรณ์แบบไร้ทิศทางแบบหาข้อสรุปกับตัวเองยังไม่ได้จริงๆเลยครับ
ซึ่งสิ่งที่อยากจะนำเสนอ คือ ใครที่สามารถควบคุมอัตราสปินเรท (Spin rate) / มุมปะทะ (Attack Angle) และ Smash Factor ที่ทำให้ ความเร็วลูกกอล์ฟออกจะหน้าไม้ (Ball Speed) ได้ดีกว่ากัน ซึ่งเป็นที่มาของระยะที่ได้ นั่นก็คือทักษะความสามารถเฉพาะตัว รวมถึงควบคุมจิตใจขณะกำลังไดร์ฟในแต่ละลูกนั้นในเวลา 3 นาที ให้ได้ดีที่สุดอย่างไร
![]() |
| ฝึกทักษะการสวิงที่ดี |
ซึ่งผมเชื่อว่าบรรดาทุกคนในรอบ 8 คนสุดท้ายมีสเปคไดร์ฟเวอร์ที่ฟิตติ้งมาเกือบเต็ม 30% กันทุกคนแน่ๆ (ไม่ว่าเป็นก้าน หรือหัวไม้ยี่ห้อใดที่ต่างๆกัน) แต่จะมาวัดกันที่เรื่อง 70% ของทักษะการสวิง+ความคิด(Mental) ว่าใครจะสามารถทำได้มากกว่ากัน ซึ่งผู้ที่ได้แชมป์ฯนั้นมีในส่วนนี้มากกว่าคนอื่นๆ เชื่อไหมครับว่ามีผู้ที่ไดร์ฟได้ 385 หลาในรอบ 8 คน แต่กลับไม่สามารถเข้าชิงฯได้ (ซึ่งแชมป์ฯได้ระยะเพียง 379 หลาเท่านั้น)
![]() |
| มีการฟิตติ้งอุปกรณ์ที่เหมาะกับการฝึกซ้อม |
นักกอล์ฟระดับอาชีพตัดเรื่องความกังวลในอุปกรณ์เพราะมีครบ 30% อย่าแน่นอน และมาใช้เวลาใส่ใจฝึกซ้อมทักษะวงสวิง+ความคิดในเกมส์ ให้มากๆ ซึ่งอาจจะต่างจากนักกอล์ฟสมัครเล่นหลายๆท่านที่ใช้อุปกรณ์แบบมาตราฐาน (One Size Fit All) หรือเปลี่ยนอุปกรณ์แบบไร้ทิศทางแบบหาข้อสรุปกับตัวเองยังไม่ได้จริงๆเลยครับ
25 กุมภาพันธ์ 2561
ไม้กอล์ฟสามารถเปลี่ยนวงสวิงคุณได้ (ในทางลบ หรือบวก) ขึ้นอยู่กับสเปคไม้กอล์ฟนั้น
![]() |
| ไม้กอล์ฟกำหนดวงฯคุณได้ |
แต่ท่านเชื่อหรือไม่ว่า การฝึกซ้อม หรือการใช้ไม้กอล์ฟแบบใด หรือสเปคใดก็ได้มาระยะเวลาหนึ่ง นักกอล์ฟจะสามารถใช้ไม้กอล์ฟนั้นเล่นกอล์ฟได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น เพราะการฝึกซ้อม และความจดจำกล้ามเนื้อนั้นทำให้ท่านตีได้ แต่ในแบบของตัวเอง ตามธรรมชาติการปรับตัวร่างกายให้เข้ากับไม้กอล์ฟโดยอัตโนมัติ
![]() |
| การจรดที่เปลี่ยนไปตามความยาวก้าน |
ซึ่งแนะนำควรหาไม้กอล์ฟที่เหมาะกับสรีระ และทักษะความสามารถของตัวเองดีกว่า เช่น หนัก/เบา สั้น/ยาว อ่อน/แข็ง หรือขนาดเล็กใหญ่ มาใช้ในการฝึกซ้อมเพื่อพัฒนาวงสวิง ดังนั้น Club Fitting จึงมีส่วนสำคัญที่ช่วยให้นักกอล์ฟพัฒนาวงสวิงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด และจะได้ตัดปัญหาการกังวลใจเรื่องสเปคอุปกรณ์ไปได้เลย เหลือเพียงแต่วงสวิงและการฝึกซ้อมเท่านั้น
4 กุมภาพันธ์ 2561
ความเร็วหัวไม้ กับ ความเร็วลูกกอล์ฟ กับระยะที่ควรได้จริง
หลายคนพูดว่า "ก้านที่ยาวขึ้น จะเพิ่มความเร็วหัวไม้" และ ความเร็วหัวไม้ที่เร็วขึ้น จะช่วยเพิ่มระยะมากขึ้นด้วย" เลยทำให้ไม้กอล์ฟทั่วไปทำให้ยาวขึ้น และยาวมากกว่าความสามารถตัวเอง ที่จะตีเข้ากลางหน้าไม้ได้บ่อยครั้ง
ซึ่งความเร็วหัวไม้ที่ดี และเสถียรคงที่น่าจะเกิดจากการฝึกซ้อม และทักษะส่วนบุคคล แต่ไม่ควรอยากเพิ่มระยะด้วยการมีก้านไม้กอล์ฟที่ยาวขึ้นเกินกว่าความสามารถตัวเอง ไม่ใช่ตีที่เดิม 10 ลูก ได้ระยะที่พอใจเพียง 2-3 ลูก ก็ถือว่าตีไกลขึ้นแล้ว แต่ไม่ใช่การเล่นกอล์ฟแบบต้องการลดสกอร์ (Lower Score)
Smash Factor เป็นผลสุดท้ายที่สำคัญในการได้มาของระยะ ซึ่งไม่ใช่ความเร็วหัวไม้ (Club Speed) เพียงอย่างเดียว ต้องรวมกับการอิมแพคเข้ากลางหน้าไม้ (Center Impact) ที่ดีได้บ่อยครั้งด้วย ที่ทำให้เกิดความเร็วบอล (Ball Speed) ที่ออกจากหน้าไม้ได้ดีที่สุดอย่างสม่ำเสมอ เป็นผลที่แท้จริงของระยะที่ได้ตามมา
ถ้าหากทำความยาวก้านที่ยาวขึ้น เพื่อต้องการเพิ่มสปีด แต่การอิมแพคหน้าไม้ ไม่เกิดบอลสปีดที่ดีก็เปล่าประโยชน์ และทำให้ความยาวที่ยาวเกินกว่าความสามารถนั้น ไปเปลี่ยนวงสวิง / เปลี่ยนแนวสวิง/ เปลี่ยนการเล็ง / เปลี่ยนตำแหน่งบอลตอนยืนจรด จะแก้ไขภายหลังได้ยากกว่า การฝึกซ้อมที่มีความยาวก้านที่เหมือนสมตามความสามารถนะครับ
ซึ่งความเร็วหัวไม้ที่ดี และเสถียรคงที่น่าจะเกิดจากการฝึกซ้อม และทักษะส่วนบุคคล แต่ไม่ควรอยากเพิ่มระยะด้วยการมีก้านไม้กอล์ฟที่ยาวขึ้นเกินกว่าความสามารถตัวเอง ไม่ใช่ตีที่เดิม 10 ลูก ได้ระยะที่พอใจเพียง 2-3 ลูก ก็ถือว่าตีไกลขึ้นแล้ว แต่ไม่ใช่การเล่นกอล์ฟแบบต้องการลดสกอร์ (Lower Score)
Smash Factor เป็นผลสุดท้ายที่สำคัญในการได้มาของระยะ ซึ่งไม่ใช่ความเร็วหัวไม้ (Club Speed) เพียงอย่างเดียว ต้องรวมกับการอิมแพคเข้ากลางหน้าไม้ (Center Impact) ที่ดีได้บ่อยครั้งด้วย ที่ทำให้เกิดความเร็วบอล (Ball Speed) ที่ออกจากหน้าไม้ได้ดีที่สุดอย่างสม่ำเสมอ เป็นผลที่แท้จริงของระยะที่ได้ตามมา
ถ้าหากทำความยาวก้านที่ยาวขึ้น เพื่อต้องการเพิ่มสปีด แต่การอิมแพคหน้าไม้ ไม่เกิดบอลสปีดที่ดีก็เปล่าประโยชน์ และทำให้ความยาวที่ยาวเกินกว่าความสามารถนั้น ไปเปลี่ยนวงสวิง / เปลี่ยนแนวสวิง/ เปลี่ยนการเล็ง / เปลี่ยนตำแหน่งบอลตอนยืนจรด จะแก้ไขภายหลังได้ยากกว่า การฝึกซ้อมที่มีความยาวก้านที่เหมือนสมตามความสามารถนะครับ
แนวทางการพัฒนาและออกแบบไดร์ฟเวอร์ในปัจจุบัน และอนาคตอันใกล้
การพัฒนาเปลี่ยนแปลง การออกแบบในหัวไม้ไดร์ฟเวอร์ในปัจจุบันนี้ และต่อไปในอนาคต ผู้ผลิตฯคงจะพยายามเล่น และนำเสนอในเรื่องการกระจายน้ำหนักบนหัวไม้ (Weight Distribution) หรือ การเคลื่อนย้ายจุดศูนย์ถ่วงบนหัวไม้ (Center Gravity Movement) ซึ่งจะพบเห็น และเข้าใจได้ในรูปแบบต่างๆที่ไดร์ฟเวอร์รุ่นใหม่ๆที่ออกมาในตลาด เพียงต่างกันที่การออกแบบ และการนำเสนอให้ต่างเท่านั้น แต่มีวัตถุประสงค์เดียวกัน และเหมือนกัน
ซึ่งการออกแบบย้ายจุดศูนย์ถ่วง หรือย้ายหนักหนักบนหัวไม้ไดร์ฟเวอร์ เป็นเรื่องที่มีเหตุผลที่ส่งผลในทาง Club Fitting มากกว่าการโปรโมทเรื่องการปรับองศาหน้าไม้ได้เสียอีก ซึ่งการปรับองศาไม่ค่อยส่งผลมากนัก เพราะไม่ต่างอะไรกับ การเปลี่ยนการจับกริ๊ปที่ต้องการแต่งช๊อต หรือขยับตำแหน่งบอลก่อนการทีช๊อต สำหรับนักกอล์ฟมือดีๆที่ทำกันซึ่งการย้ายจุดศูนย์ถ่วงนั้นมีได้ทั้งแนวตั้ง / แนวนอน บนหัวไม้ ซึ่งนั่นจะสามารถส่งผลต่อมุมเหิน และหน้าไม้ขณะอิมแพคเปลี่ยนไป มีผลต่อระยะ
แต่อย่างไรก็ดีการย้ายจุดศูนย์ถ่วงไปๆมาๆ โดยไม่ได้ทำการฝึกซ้อมให้คุ้นชิน (Memory Muscle) แล้วนั้น อาจจะส่งผลเสียต่อวงสวิงที่เพี้ยนได้ง่าย และยากต่อการจดจำเพื่อนำไปใช้จริง ซึ่งจะไม่ทราบเอกลักษณ์วงสวิงของตัวเองจริงๆนั้นเป็นอย่างไร
ซึ่งการออกแบบย้ายจุดศูนย์ถ่วง หรือย้ายหนักหนักบนหัวไม้ไดร์ฟเวอร์ เป็นเรื่องที่มีเหตุผลที่ส่งผลในทาง Club Fitting มากกว่าการโปรโมทเรื่องการปรับองศาหน้าไม้ได้เสียอีก ซึ่งการปรับองศาไม่ค่อยส่งผลมากนัก เพราะไม่ต่างอะไรกับ การเปลี่ยนการจับกริ๊ปที่ต้องการแต่งช๊อต หรือขยับตำแหน่งบอลก่อนการทีช๊อต สำหรับนักกอล์ฟมือดีๆที่ทำกันซึ่งการย้ายจุดศูนย์ถ่วงนั้นมีได้ทั้งแนวตั้ง / แนวนอน บนหัวไม้ ซึ่งนั่นจะสามารถส่งผลต่อมุมเหิน และหน้าไม้ขณะอิมแพคเปลี่ยนไป มีผลต่อระยะ
แต่อย่างไรก็ดีการย้ายจุดศูนย์ถ่วงไปๆมาๆ โดยไม่ได้ทำการฝึกซ้อมให้คุ้นชิน (Memory Muscle) แล้วนั้น อาจจะส่งผลเสียต่อวงสวิงที่เพี้ยนได้ง่าย และยากต่อการจดจำเพื่อนำไปใช้จริง ซึ่งจะไม่ทราบเอกลักษณ์วงสวิงของตัวเองจริงๆนั้นเป็นอย่างไร
27 ธันวาคม 2560
เลือกไม้กอล์ฟอย่างไรเพื่อการนำมาใช้จริง หรือในแบบที่คุณชอบ
ในปัจจุบันนี้นักกอล์ฟจะพูดถึงการฟิตติ้งไม้กอล์ฟ #clubfitting กันมากขึ้นเรื่อยๆ จึงอยากอธิบายเรื่อง Custom Clubfitting เพิ่มเติมให้เข้าใจกันมากขึ้น
การทำฟิตติ้งไม้กอล์ฟ หรือการปรับแต่งไม้กอล์ฟให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นนั้น จะพูดถึงคุณสมบัติ หรือส่วนประกอบไม้กอล์ฟ Specification ให้เหมาะสมกับนักกอล์ฟมากกว่าพูดเรื่องชื่อ/ยี่ห้อ (Tread Mark) เพราะชื่อ/ยี่ห้อไม่ได้ตอบโจทย์ทางฟิตติ้ง ที่จะเลือกได้เลย เช่น น้ำหนักรวม/น้ำหนักก้าน/ความยาวไม้ฯ/ขนาดกริ๊ป/ความอ่อน/แข็ง ที่ปลาย/โคนก้าน #CPM /องศาหน้าไม้ ฯลฯ
ชื่อ/ยี่ห้อเป็นเพียงค่าการตลาด ขาย/โฆษณา/สปอนด์เซอร์ให้ติดตลาด และสร้างเอกลักษณ์ที่แตกต่าง เพื่อให้ผู้บริโภคจดจำได้ง่าย แต่แท้ที่จริงส่วนที่สำคัญที่สุด คือคุณสมบัติข้างในมากกว่าชื่อ/ยี่ห้อเสียอีก เช่นตัวอย่างนักกอล์ฟอาชีพสามารถเปลี่ยนชื่อ/ยี่ห้อ ไม้กอล์ฟที่สปอนด์เซอร์ได้ แต่เปลี่ยนสเปคที่เขาชอบนั้นไม่ได้ เพราะยี่ห้ออะไรก็ตีได้หมด แต่ขอทำสเปคที่ชอบมากที่สุดให้ได้เท่านั้น
ดังนั้นผู้ให้บริการ Club fitter จะต้องเข้าใจสรีระ และทักษะความสามารถในเชิงกีฬากอล์ฟของนักกอล์ฟแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน และสามารถวิเคราะห์ตามศาสตร์ของการฟิตติ้งไม้กอล์ฟได้ ว่าควรมีคุณสมบัติที่ตอบโจทย์ความต้องการของนักกอล์ฟได้มากที่สุดนั้นอย่างไร
ไม้กอล์ฟ กับวงสวิงจะเป็นเรื่องที่สัมพันธ์กันอย่างมากๆ วงสวิงเป็นเรื่องหลัก 70% และอุปกรณ์ 30% วงสวิงเป็นเรื่องของการฝึกซ้อม และความชำนาญมีค่าความผิดพลาดเป็นเงาตามตัว ถ้าวงฯดีแล้ว สเปคอะไรก็ตีพอได้ แต่จะมีสเปคที่ชอบเพื่อสร้างเสริมความสามารถให้ถึงขีดสูงสุดได้ และถ้าวงฯยังไม่ดี สเปคก็ไม่รู้ ก็คงหาคำตอบได้นะครับ ว่าจะเหลือกี่เปอร์เซนต์
สเปคอุปกรณ์ที่ดีเป็นตัวช่วยเสริมวงสวิงให้ดีได้ แต่หากได้สเปคที่ดีเหมาะสมแล้ว ขาดการฝึกซ้อม การคุ้นชิน จึงคิดอยากเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ตาม Character ของชื่อ/ยี่ห้อนั้นๆ เพราะคิดว่า ชื่อ/ยี่ห้อใหม่ๆ ที่จดจำนั้นน่าจะเป็นสเปคที่ตอบโจทย์ความต้องการได้ จนไม่รู้ว่าตัวเองเหมาะกับสเปคไหนจริงๆ แต่จำชื่อยี่ห้อที่ติดหูแทนที่สเปคจริงๆไปเสียแล้ว
Clubfitting ไม่ใช่การเปลี่ยนกริ๊ป เปลี่ยนก้าน โดยถามหาชื่อ/ยี่ห้อที่รู้จักมาเพื่อเป็นสเปคตัวเอง แต่ควรถามหาสเปค และคุณสมบัติที่เหมาะกับความสามารถของแต่ละคนที่แตกต่างกันมากกว่าครับ
การทำฟิตติ้งไม้กอล์ฟ หรือการปรับแต่งไม้กอล์ฟให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นนั้น จะพูดถึงคุณสมบัติ หรือส่วนประกอบไม้กอล์ฟ Specification ให้เหมาะสมกับนักกอล์ฟมากกว่าพูดเรื่องชื่อ/ยี่ห้อ (Tread Mark) เพราะชื่อ/ยี่ห้อไม่ได้ตอบโจทย์ทางฟิตติ้ง ที่จะเลือกได้เลย เช่น น้ำหนักรวม/น้ำหนักก้าน/ความยาวไม้ฯ/ขนาดกริ๊ป/ความอ่อน/แข็ง ที่ปลาย/โคนก้าน #CPM /องศาหน้าไม้ ฯลฯ
ชื่อ/ยี่ห้อเป็นเพียงค่าการตลาด ขาย/โฆษณา/สปอนด์เซอร์ให้ติดตลาด และสร้างเอกลักษณ์ที่แตกต่าง เพื่อให้ผู้บริโภคจดจำได้ง่าย แต่แท้ที่จริงส่วนที่สำคัญที่สุด คือคุณสมบัติข้างในมากกว่าชื่อ/ยี่ห้อเสียอีก เช่นตัวอย่างนักกอล์ฟอาชีพสามารถเปลี่ยนชื่อ/ยี่ห้อ ไม้กอล์ฟที่สปอนด์เซอร์ได้ แต่เปลี่ยนสเปคที่เขาชอบนั้นไม่ได้ เพราะยี่ห้ออะไรก็ตีได้หมด แต่ขอทำสเปคที่ชอบมากที่สุดให้ได้เท่านั้น
ดังนั้นผู้ให้บริการ Club fitter จะต้องเข้าใจสรีระ และทักษะความสามารถในเชิงกีฬากอล์ฟของนักกอล์ฟแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน และสามารถวิเคราะห์ตามศาสตร์ของการฟิตติ้งไม้กอล์ฟได้ ว่าควรมีคุณสมบัติที่ตอบโจทย์ความต้องการของนักกอล์ฟได้มากที่สุดนั้นอย่างไร
ไม้กอล์ฟ กับวงสวิงจะเป็นเรื่องที่สัมพันธ์กันอย่างมากๆ วงสวิงเป็นเรื่องหลัก 70% และอุปกรณ์ 30% วงสวิงเป็นเรื่องของการฝึกซ้อม และความชำนาญมีค่าความผิดพลาดเป็นเงาตามตัว ถ้าวงฯดีแล้ว สเปคอะไรก็ตีพอได้ แต่จะมีสเปคที่ชอบเพื่อสร้างเสริมความสามารถให้ถึงขีดสูงสุดได้ และถ้าวงฯยังไม่ดี สเปคก็ไม่รู้ ก็คงหาคำตอบได้นะครับ ว่าจะเหลือกี่เปอร์เซนต์
สเปคอุปกรณ์ที่ดีเป็นตัวช่วยเสริมวงสวิงให้ดีได้ แต่หากได้สเปคที่ดีเหมาะสมแล้ว ขาดการฝึกซ้อม การคุ้นชิน จึงคิดอยากเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ตาม Character ของชื่อ/ยี่ห้อนั้นๆ เพราะคิดว่า ชื่อ/ยี่ห้อใหม่ๆ ที่จดจำนั้นน่าจะเป็นสเปคที่ตอบโจทย์ความต้องการได้ จนไม่รู้ว่าตัวเองเหมาะกับสเปคไหนจริงๆ แต่จำชื่อยี่ห้อที่ติดหูแทนที่สเปคจริงๆไปเสียแล้ว
Clubfitting ไม่ใช่การเปลี่ยนกริ๊ป เปลี่ยนก้าน โดยถามหาชื่อ/ยี่ห้อที่รู้จักมาเพื่อเป็นสเปคตัวเอง แต่ควรถามหาสเปค และคุณสมบัติที่เหมาะกับความสามารถของแต่ละคนที่แตกต่างกันมากกว่าครับ
5 ธันวาคม 2560
การเล่นกอล์ฟแบบลดสกอร์ ต้องการตีไกลไม่ใช่คำตอบเดียว
นักกอล์ฟสมัครเล่นทั่วไป จะมีความต้องการตีไกล และคิดที่จะเพิ่มระยะเพียงอย่างเดียว จนลืมนึกถึงเรื่องความสม่ำเสมอ (Consistency) และความแม่นยำ (Accuracy) ที่ควรมีตลอดการเล่นออกรอบ ดังนั้นการตีไกลจึงได้นำมาเป็นจุดขายทางการตลาดของบริษัทฯที่ผลิตไม้กอล์ฟออกมาโฆษณาจำหน่ายนั่นเอง
ก้านฯที่อ่อนเกินไป (Weak Flex) องศาหน้าไม้ (Less Loft Angle) ที่น้อยเกิน และความยาวก้าน (Long Club Length) ที่ยาวขึ้น บางครั้งทำให้รู้สึกว่าได้ระยะเพิ่มขึ้นเมื่อทดสอบตีในที่เดิมๆ หรือ ตีทดสอบในสนามไดร์ฟ เหมือนการแข่งตีไกล (ไม่ได้ออกรอบจริง) ซึ่งการออกรอบนั้นแท่นทีออฟจะเปลี่ยนไปในทุกๆหลุม
ซึ่งการเล่นกอล์ฟเพื่อลดสกอร์ (Stroke Play) ควรจะต้องมีความแม่นยำ และความสม่ำเสมอตลอด 18 หลุม โดยมีข้อผิดพลาดในทุกๆช๊อตให้น้อยที่สุด (ไม่ใช่การที่ตีไกลที่สุดเพียงอย่างเดียว) ซึ่งนักกอล์ฟมือดีๆ จนถึงระดับอาชีพจะคิดแบบนี้กันทั้งนั้น จะให้ความสำคัญกับช๊อตต่อไปที่เล่นดีที่สุด เสี่ยงเสียแต้มน้อยที่สุด
เพราะฉนั้นในการทำ Club Fitting จะไม่ได้พูดถึงเรื่องตีไกลเพียงอย่างเดียว จะฟิตติ้งในองค์รวมเพื่อทำให้นักกอล์ฟลดสกอร์ เพิ่มการควบคุมลูก /ความแม่นยำ เพื่อให้การเล่นมีประสิทธิภาพสูงสุดที่ควรจะได้ ตามทักษะ และความสามารถของนักกอล์ฟที่มีอยู่นั่นเอง
ก้านฯที่อ่อนเกินไป (Weak Flex) องศาหน้าไม้ (Less Loft Angle) ที่น้อยเกิน และความยาวก้าน (Long Club Length) ที่ยาวขึ้น บางครั้งทำให้รู้สึกว่าได้ระยะเพิ่มขึ้นเมื่อทดสอบตีในที่เดิมๆ หรือ ตีทดสอบในสนามไดร์ฟ เหมือนการแข่งตีไกล (ไม่ได้ออกรอบจริง) ซึ่งการออกรอบนั้นแท่นทีออฟจะเปลี่ยนไปในทุกๆหลุม
ซึ่งการเล่นกอล์ฟเพื่อลดสกอร์ (Stroke Play) ควรจะต้องมีความแม่นยำ และความสม่ำเสมอตลอด 18 หลุม โดยมีข้อผิดพลาดในทุกๆช๊อตให้น้อยที่สุด (ไม่ใช่การที่ตีไกลที่สุดเพียงอย่างเดียว) ซึ่งนักกอล์ฟมือดีๆ จนถึงระดับอาชีพจะคิดแบบนี้กันทั้งนั้น จะให้ความสำคัญกับช๊อตต่อไปที่เล่นดีที่สุด เสี่ยงเสียแต้มน้อยที่สุด
เพราะฉนั้นในการทำ Club Fitting จะไม่ได้พูดถึงเรื่องตีไกลเพียงอย่างเดียว จะฟิตติ้งในองค์รวมเพื่อทำให้นักกอล์ฟลดสกอร์ เพิ่มการควบคุมลูก /ความแม่นยำ เพื่อให้การเล่นมีประสิทธิภาพสูงสุดที่ควรจะได้ ตามทักษะ และความสามารถของนักกอล์ฟที่มีอยู่นั่นเอง
20 พฤศจิกายน 2560
Shaft Talk
ถ้าท่านทราบสเปคก้าน และเลือกก้านที่เหมาะกับตัวเองได้แล้ว เช่น
1. น้ำหนักก้าน (Raw shaft weight) : น้ำหนักก้านเปล่าก่อนตัด (Uncut) เหมาะสมกับความแข็งแรง และทักษะความสามารถ ซึ่งน้ำหนักก้านจะเป็นตัวแปรของ น้ำหนักรวมไม้กอล์ฟ (Total Weight)
2. ความอ่อน/แข็งโคนก้าน (Butt Shaft Flex) : ควรมีค่าเป็น CPM (ใช่ค่า R, S, X) ควรเป็นตัวเลขต่อความยาวก้านที่เท่ากัน ให้เหมาะกับทักษะ (Skill) และจังหวะการสวิง (Swing Tempo)
3. Bending point (Tip Flex) : จุดงอตัวดีดปลายก้านที่มีเป็นค่า CPM เช่นเดียวกัน กับความอ่อนแข็งที่โคนก้าน ให้เหมาะกับน้ำหนักหัวไม้ และตำแหน่งการคลายมือก่อนการอิมแพค (Late Unhinge Wrist) ที่จะกำหนดมุมเข้าบอล และมุมเหิน (Launch Angle) ตามมา
4. พิจารณาก้านฯร่วมกับหัวไม้ / ใบเหล็ก / น้ำหนักหัวไม้ / ตำแหน่ง C.G./ องศาหน้าไม้ / Face angle ที่จะนำก้านไปประกอบใช้ให้เหมาะกับฝีมือตัวเอง
5. การประกอบก้าน (Club Assembly) : ก้านที่เหมาะต้องประกอบก้านให้ได้สเปค ตรงกับทักษะ และสรีระที่แตกต่างกัน เช่น สวิงเวท / ความยาวก้าน / ขนาดกริ๊ป และจัดวางแนวดีดที่มีประสิทธิภาพสูงสุด (Neutral Bending Position)
6. ราคา (Price) : เป็นประเด็นสุดท้ายที่ควรพิจารณาเลือกก้านเพื่อนำไปใช้จริง (ใช่ไปโชว์) ควรประหยัดกว่าก้านที่มีสเปค 1-5 ที่กล่าวมาเหมือนกัน
แล้วชื่อแบรนด์ หรือสีสรร บนตัวก้าน จะยังจำเป็น หรือสำคัญต่อการเลือกเพื่อนำไปใช้จริงอีกหรือเปล่าครับ??
1. น้ำหนักก้าน (Raw shaft weight) : น้ำหนักก้านเปล่าก่อนตัด (Uncut) เหมาะสมกับความแข็งแรง และทักษะความสามารถ ซึ่งน้ำหนักก้านจะเป็นตัวแปรของ น้ำหนักรวมไม้กอล์ฟ (Total Weight)
2. ความอ่อน/แข็งโคนก้าน (Butt Shaft Flex) : ควรมีค่าเป็น CPM (ใช่ค่า R, S, X) ควรเป็นตัวเลขต่อความยาวก้านที่เท่ากัน ให้เหมาะกับทักษะ (Skill) และจังหวะการสวิง (Swing Tempo)
3. Bending point (Tip Flex) : จุดงอตัวดีดปลายก้านที่มีเป็นค่า CPM เช่นเดียวกัน กับความอ่อนแข็งที่โคนก้าน ให้เหมาะกับน้ำหนักหัวไม้ และตำแหน่งการคลายมือก่อนการอิมแพค (Late Unhinge Wrist) ที่จะกำหนดมุมเข้าบอล และมุมเหิน (Launch Angle) ตามมา
4. พิจารณาก้านฯร่วมกับหัวไม้ / ใบเหล็ก / น้ำหนักหัวไม้ / ตำแหน่ง C.G./ องศาหน้าไม้ / Face angle ที่จะนำก้านไปประกอบใช้ให้เหมาะกับฝีมือตัวเอง
5. การประกอบก้าน (Club Assembly) : ก้านที่เหมาะต้องประกอบก้านให้ได้สเปค ตรงกับทักษะ และสรีระที่แตกต่างกัน เช่น สวิงเวท / ความยาวก้าน / ขนาดกริ๊ป และจัดวางแนวดีดที่มีประสิทธิภาพสูงสุด (Neutral Bending Position)
6. ราคา (Price) : เป็นประเด็นสุดท้ายที่ควรพิจารณาเลือกก้านเพื่อนำไปใช้จริง (ใช่ไปโชว์) ควรประหยัดกว่าก้านที่มีสเปค 1-5 ที่กล่าวมาเหมือนกัน
แล้วชื่อแบรนด์ หรือสีสรร บนตัวก้าน จะยังจำเป็น หรือสำคัญต่อการเลือกเพื่อนำไปใช้จริงอีกหรือเปล่าครับ??
7 พฤศจิกายน 2560
ก้านไม้กอล์ฟในส่วนที่มีผลต่อการอิมแพค
ก้านไม้กอล์ฟในส่วนที่มีผลต่อการอิมแพค และการควบคุมหน้าไม้ มากที่สุด คือ ส่วนปลายก้าน (Tip Flex) หรืออาจรู้จักกันทั่วไปคือ Kick Point หรือ Bend Point เช่น Low / Mid / High
Kick Point ก็จะมีค่าเช่นเดียวกับ Flex (R, S, X) ซึ่งไม่มีค่ามาตรฐาน ก้านฯแต่ละแบรนด์จะกำหนดค่าของตัวเองออกมา ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบข้ามแบรนด์ หรือข้ามรุ่นได้ ควรวัดค่าออกมาเป็นหน่วย CPM (Circle Per Minute) ต่อหนึ่งความยาวก้านที่เท่ากัน
Tip Flex ที่อ่อนให้การสบัดปลายก้านมากกว่า หน้าไม้ปิดเร็ว หรือช้ากว่า ขึ้นอยู่กับลักษณะการคลายข้อมือก่อนการอิมแพค ซึ่งจะทำให้หน้าไม้ก่อนอิมแพค มีผลแตกต่างกัน (ปิดเร็ว-ช้า กลับมาสแควร์เข้ากลางหน้าไม้ต่างกัน) ซึ่งควรเลือกความเหมาะสมของผู้ใช้แต่ละคนที่มีทักษะแตกต่างกัน
นอกจากนั้น Tip Flex ยังมีผลต่อ องศาหน้าไม้ขณะอิมแพคอีกด้วย (Dynamic Loft) ซึ่งมีผลต่อมุมเหิน (Trajectory หรือ Launch Angle) ที่ทำให้เกิดระยะตามมา ที่เป็นผลรวมกับความเร็วหัวไม้ (Club Speed) ที่ทำได้ ดังนั้นปลายการที่อ่อนควรเหมาะกับนักกอล์ฟที่มีความเร็วหัวไม้ช้า และมีองศาหน้าไม้ให้สูงน่าจะเหมาะสมมากกว่าครับ
Kick Point ก็จะมีค่าเช่นเดียวกับ Flex (R, S, X) ซึ่งไม่มีค่ามาตรฐาน ก้านฯแต่ละแบรนด์จะกำหนดค่าของตัวเองออกมา ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบข้ามแบรนด์ หรือข้ามรุ่นได้ ควรวัดค่าออกมาเป็นหน่วย CPM (Circle Per Minute) ต่อหนึ่งความยาวก้านที่เท่ากัน
![]() |
| การคลายข้อมือก่อนการอิมแพค |
นอกจากนั้น Tip Flex ยังมีผลต่อ องศาหน้าไม้ขณะอิมแพคอีกด้วย (Dynamic Loft) ซึ่งมีผลต่อมุมเหิน (Trajectory หรือ Launch Angle) ที่ทำให้เกิดระยะตามมา ที่เป็นผลรวมกับความเร็วหัวไม้ (Club Speed) ที่ทำได้ ดังนั้นปลายการที่อ่อนควรเหมาะกับนักกอล์ฟที่มีความเร็วหัวไม้ช้า และมีองศาหน้าไม้ให้สูงน่าจะเหมาะสมมากกว่าครับ
30 ตุลาคม 2560
ควรพิจารณาทั้ง หัวไม้ และ ก้าน เมื่อต้องการจะเพิ่มประสิทธิภาพให้ไดร์ฟเวอร์
นักกอล์ฟหลายคนเข้าใจผิด และเลือกซื้อ หรือเปลี่ยนอุปกรณ์อย่างไม่ได้พิจารณาให้ครบถ้วน หรืออาจไม่ทราบข้อมูลการฟิตติ้งไม้กอล์ฟ จึงเลือกเปลี่ยนอุปกรณ์ตามคำโฆษณา ของหัวไม้บ้าง หรือเลือกดูเพียงก้าน โดยเฉพาะในรุ่นต่างๆที่ออกมาจำหน่ายใหม่ๆ
หัวไม้ไดร์ฟเวอร์ หรือ ก้านไม้กอล์ฟ ต่างก็ไม่ได้ทำงานของมันเองโดยลำพังเพียงอย่างเดียว จะต้องทำงานร่วมกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การพิจารณาเลือกใช้ ควรจะต้องทำควบคู่กันไป หากไม่เช่นนั้นแล้ว ผลที่ได้ออกมาจะไม่ได้ประสิทธิภาพเท่าที่ควรจะได้
หัวไม้ (Club Head) มีเอกลักษณ์ (สเปค) เช่น องศาหน้าไม้ / รูปทรง / MOI / ขนาด CC / และ ตำแหน่ง C.G. บนหัวไม้
ก้านเปล่า (Raw Shaft) มี น้ำหนัก / จุดดีด (kick point) / Flex CPM (ไม่ใช่ R/S) / Torque และ ความยาวก้าน
นอกจากนั้นยังไม่รวมถึงการประกอบไม้ฯให้สำเร็จ เพื่อให้พอดีกับ ขนาดมือ (Grip Size) แนวดีดก้าน (Neutral Bending Position) และสวิงเวทที่เหมาะสม (Proper Swing Weight) เพื่อเติมประสิทธิภาพให้ไม้กอล์ฟนั้นได้อย่างเต็มที่เหมาะสมกับทักษะความสามารถของตัวเองที่สุด
ก้าน เมื่อเสียบประกอบกับหัวไม้แล้ว จะทำงานร่วมกัน หัวไม้ไม่สามารถเพิ่มระยะโดยลำพังได้ หรือก้านก็ไม่สามารถทำได้ด้วยเช่นกัน จำเป็นต้องทำงานควบคู่กัน และต้องเลือกให้เหมาะกับทักษะฝีมือ และรูปร่างของผู้ใช้เองด้วย
นักกอล์ฟส่วนใหญ่จะเลือกเปลี่ยนก้าน หรือ หัวไม้เพียงอย่างเดียว อาจเป็นเพราะต้องการประหยัด และคิดว่าสิ่งที่ยังไม่เปลี่ยนน่าจะใช้ได้ บางครั้งก็อาจจะพอใช้ หรือหลายครั้งอาจจะไม่ได้ช่วยอะไรมาก และไม่ต่างจากของเดิมเสียด้วยซ้ำครับ
การเลือกซื้อควรทราบ สเปค หรือคุณสมบัติภายใน ที่จะนำไปใช้จริงดังกล่าว เพื่อให้เหมาะสมกับตัวเอง มากกว่าเลือกเพียงเพราะชื่อ หรือแบรนด์ที่รู้จัก ซึ่งบริษัทผลิตหัวไม้ก็จะเชียร์ว่า "หัวไม้ตีไกล ตีง่าย" และบริษัทผลิตก้าน ก็จะโฆษณาก้านอย่างเดียวว่า "ก้านหนึบ เบากว่าตีไกลกว่า" หรือให้เหมือนกับนักกอล์ฟอาชีพที่ใช้กัน ก็ลองใช้วิจารณญาณพิจารณาว่าสมเหตุสมผลอย่างไรที่ควรนำมาใช้กับตัวเองนะครับ
หัวไม้ไดร์ฟเวอร์ หรือ ก้านไม้กอล์ฟ ต่างก็ไม่ได้ทำงานของมันเองโดยลำพังเพียงอย่างเดียว จะต้องทำงานร่วมกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การพิจารณาเลือกใช้ ควรจะต้องทำควบคู่กันไป หากไม่เช่นนั้นแล้ว ผลที่ได้ออกมาจะไม่ได้ประสิทธิภาพเท่าที่ควรจะได้
หัวไม้ (Club Head) มีเอกลักษณ์ (สเปค) เช่น องศาหน้าไม้ / รูปทรง / MOI / ขนาด CC / และ ตำแหน่ง C.G. บนหัวไม้
ก้านเปล่า (Raw Shaft) มี น้ำหนัก / จุดดีด (kick point) / Flex CPM (ไม่ใช่ R/S) / Torque และ ความยาวก้าน
![]() |
| ไดร์ฟเวอร์ กับประสิทธิภาพทางการตลาด |
ก้าน เมื่อเสียบประกอบกับหัวไม้แล้ว จะทำงานร่วมกัน หัวไม้ไม่สามารถเพิ่มระยะโดยลำพังได้ หรือก้านก็ไม่สามารถทำได้ด้วยเช่นกัน จำเป็นต้องทำงานควบคู่กัน และต้องเลือกให้เหมาะกับทักษะฝีมือ และรูปร่างของผู้ใช้เองด้วย
นักกอล์ฟส่วนใหญ่จะเลือกเปลี่ยนก้าน หรือ หัวไม้เพียงอย่างเดียว อาจเป็นเพราะต้องการประหยัด และคิดว่าสิ่งที่ยังไม่เปลี่ยนน่าจะใช้ได้ บางครั้งก็อาจจะพอใช้ หรือหลายครั้งอาจจะไม่ได้ช่วยอะไรมาก และไม่ต่างจากของเดิมเสียด้วยซ้ำครับ
การเลือกซื้อควรทราบ สเปค หรือคุณสมบัติภายใน ที่จะนำไปใช้จริงดังกล่าว เพื่อให้เหมาะสมกับตัวเอง มากกว่าเลือกเพียงเพราะชื่อ หรือแบรนด์ที่รู้จัก ซึ่งบริษัทผลิตหัวไม้ก็จะเชียร์ว่า "หัวไม้ตีไกล ตีง่าย" และบริษัทผลิตก้าน ก็จะโฆษณาก้านอย่างเดียวว่า "ก้านหนึบ เบากว่าตีไกลกว่า" หรือให้เหมือนกับนักกอล์ฟอาชีพที่ใช้กัน ก็ลองใช้วิจารณญาณพิจารณาว่าสมเหตุสมผลอย่างไรที่ควรนำมาใช้กับตัวเองนะครับ
25 กรกฎาคม 2560
ไม้กอล์ฟสเปคโรงงาน ที่ประกอบสำเร็จแล้วให้อะไรบ้าง
ไม้กอล์ฟที่ประกอบเรียบร้อย (Standard Spec) กับไม้กอล์ฟที่ประกอบใหม่ (Personal Spec) หรือโมดิฟายไม้กอล์ฟเดิมใหม่ เพื่อให้ได้ความต่างที่จะทำให้เกมส์กอล์ฟพัฒนาขึ้นอยู่ที่การตัดสินใจเลือกซื้อใช้
ซื้อไม้กอล์ฟที่ประกอบเรียบร้อยแล้ว ให้อะไรท่านบ้าง
1. ชื่อสินค้า (Brand Name) ที่รู้จักเพราะสื่อโฆษณา หรือนักกอล์ฟอาชีพใช้.....ใช่สเปคข้างในไม้กอล์ฟที่นำไปใช้จริง
2. สเปคก้าน เลือกที่ข้อมูลบนตัวก้าน Flex R หรือ S ซึ่งแต่ละแบรนด์ ความอ่อน/แข็งก้าน จะต่างกัน มีให้เลือกจำกัด และไม่มาตรฐาน
3. ขนาดกริ๊ป (ที่ Fix มา) จะไม่ตรงกับขนาดมือ มีผลในการอิมแพคที่ดี และการควบคุมทิศทาง
4. ความยาวก้าน (ที่ Fix มา) จะไม่เหมาะสมกับความสามารถ และสรีระ ทำให้การอิมแพค ไม่สม่ำเสมอ และระยะกับทิศทางคุมได้ยาก
5. น้ำหนักก้าน เป็นตัวควบคุมน้ำหนักรวมไม้กอล์ฟ ที่ให้มามีให้เลือกจำกัดไม่ต้องสนองความแข็งแรงร่างกายที่ต่างกัน ซึ่งเบา หรือ หนักเกินไป มีผลต่อการสวิงที่เปลี่ยนไป
6. Loft & Lie angle จำกัด ซึ่งที่มีผลกระทบจากความยาวก้านที่ติดมาไม่เหมาะสมกับ สรีระ และทักษะสวิง ต้องปรับวงเข้ากับไม้ฯเพื่อให้ได้ระยะ และทิศทาง
7. สเปคไม้กอล์ฟ ก็คือชื่อแบรนด์ เมื่อใช้แบรนด์นี้ หรือรุ่นนี้ ตีแล้วไม่ชอบ ก็จะเปลี่ยนแบรนด์ ใช่ดูที่สเปคจริงๆ ทำให้การเปลี่ยนแบบไม่มีเป้าหมาย เกิดความสับสนว่าเป็นเพราะอะไร วงสวิง หรือไม้ฯที่ใช้แล้ว เกมส์กอล์ฟไม่พัฒนาขึ้น
สิ่งเหล่านี้ เป็นความรู้พื้นฐานเรื่องไม้กอล์ฟ ว่าแบรนด์ไหนก็ได้ที่ตอบโจทย์ ทางทักษะ+สรีระ ของนักกอล์ฟ ใช่การตลาด หรือให้สปอนด์เซอร์ เพื่อให้ซื้อสินค้าที่ไม่ตรงกับการนำไปใช้จริง เพียงเพราะ ชื่อ หรือ สเปคไม้กอล์ฟกันแน่ที่ให้ท่านได้
ซื้อไม้กอล์ฟที่ประกอบเรียบร้อยแล้ว ให้อะไรท่านบ้าง
1. ชื่อสินค้า (Brand Name) ที่รู้จักเพราะสื่อโฆษณา หรือนักกอล์ฟอาชีพใช้.....ใช่สเปคข้างในไม้กอล์ฟที่นำไปใช้จริง
2. สเปคก้าน เลือกที่ข้อมูลบนตัวก้าน Flex R หรือ S ซึ่งแต่ละแบรนด์ ความอ่อน/แข็งก้าน จะต่างกัน มีให้เลือกจำกัด และไม่มาตรฐาน
3. ขนาดกริ๊ป (ที่ Fix มา) จะไม่ตรงกับขนาดมือ มีผลในการอิมแพคที่ดี และการควบคุมทิศทาง
![]() |
| มีให้เลือกมากกมาย และรุ่นไหน แบบไหนที่จะเหมาะกับเรา |
5. น้ำหนักก้าน เป็นตัวควบคุมน้ำหนักรวมไม้กอล์ฟ ที่ให้มามีให้เลือกจำกัดไม่ต้องสนองความแข็งแรงร่างกายที่ต่างกัน ซึ่งเบา หรือ หนักเกินไป มีผลต่อการสวิงที่เปลี่ยนไป
6. Loft & Lie angle จำกัด ซึ่งที่มีผลกระทบจากความยาวก้านที่ติดมาไม่เหมาะสมกับ สรีระ และทักษะสวิง ต้องปรับวงเข้ากับไม้ฯเพื่อให้ได้ระยะ และทิศทาง
7. สเปคไม้กอล์ฟ ก็คือชื่อแบรนด์ เมื่อใช้แบรนด์นี้ หรือรุ่นนี้ ตีแล้วไม่ชอบ ก็จะเปลี่ยนแบรนด์ ใช่ดูที่สเปคจริงๆ ทำให้การเปลี่ยนแบบไม่มีเป้าหมาย เกิดความสับสนว่าเป็นเพราะอะไร วงสวิง หรือไม้ฯที่ใช้แล้ว เกมส์กอล์ฟไม่พัฒนาขึ้น
สิ่งเหล่านี้ เป็นความรู้พื้นฐานเรื่องไม้กอล์ฟ ว่าแบรนด์ไหนก็ได้ที่ตอบโจทย์ ทางทักษะ+สรีระ ของนักกอล์ฟ ใช่การตลาด หรือให้สปอนด์เซอร์ เพื่อให้ซื้อสินค้าที่ไม่ตรงกับการนำไปใช้จริง เพียงเพราะ ชื่อ หรือ สเปคไม้กอล์ฟกันแน่ที่ให้ท่านได้
19 กรกฎาคม 2560
One Swing Plane และ One Ball Position ในชุดเหล็กความยาวเท่ากันทำให้ง่ายกว่าเดิม
นักกอล์ฟส่วนใหญ่จะสับสนกับตำแหน่งลูกกอล์ฟในขณะยืนจรดแอสเดรส (Ball Position) ในชุดเหล็กแบบเดิมที่มีถึง 7-9 ตำแหน่ง และมีแนวสวิงอีก 7-9 แบบ เป็นสาเหตุให้การอิมแพคได้ไม่หนักแน่น และผิดพลาดบ่อยครั้ง รวมถึงการเล็งที่ต้องเปลี่ยนไปตามความยาวก้านด้วย
ถ้าชุดเหล็กความยาวเท่ากัน (Single Length Irons) ทำให้ท่านมีตำแหน่งลูกฯตอนจรดมีตำแหน่งเดียว มีแนวสวิงเดียวเหมือนกันทุกเหล็ก และได้ระยะเช่นเดิมในทุกๆเหล็ก ท่านคิดว่าจะช่วยให้ท่านอิมแพคลูกใด้ง่ายขึ้น และลดความผิดพลาดไหมครับ ????
นอกจากนั้นยังจะช่วยให้ท่าน ลดสกอร์ เพิ่มความแม่นยำ (Accuracy) และความสม่ำเสมอ (Consistency) ในการสวิงในชุดเหล็กของท่านอีกด้วย แล้วจะช่วยให้เกมส์กอล์ฟของท่านจะง่ายขึ้นอย่างแน่นอน
![]() |
| แนวสวิงเดียว ตำแหน่งบอลเดียว ง่ายกว่ากันไหมครับ |
นอกจากนั้นยังจะช่วยให้ท่าน ลดสกอร์ เพิ่มความแม่นยำ (Accuracy) และความสม่ำเสมอ (Consistency) ในการสวิงในชุดเหล็กของท่านอีกด้วย แล้วจะช่วยให้เกมส์กอล์ฟของท่านจะง่ายขึ้นอย่างแน่นอน
![]() |
| Sterling Irons (ชุดเหล็กความยาวเท่ากัน) |
ปรับแต่งไม้กอล์ฟทั้งทีควรพิจารณาให้ครบถ้วน
มีนักกอล์ฟส่วนใหญ่เข้าใจผิด ในเรื่องการปรับ/แต่งไม้กอล์ฟ ควรเปลี่ยนหัวไม้/ก้านอย่างไร ถึงจะเหมาะสม และให้ประสิทธิภาพมากที่สุด
หัวไม้ หรือใบเหล็กไม่สามารถให้ประโยชน์อย่างเดียวโดยลำพังกับนักกอล์ฟได้ ความอ่อน/แข็งก้านต้องมีส่วนร่วมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และยังรวมถึงทักษะในการสวิงของนักกอล์ฟว่าจะตอบสนอง หัวไม้ และก้านนั้นได้ออกมาอย่างเต็มประสิทธิภาพ ต้องพิจารณาอย่างครบถ้วน
ส่วนที่เกี่ยวข้องหัวไม้มี องศาหน้าไม้ / ตำแหน่งจุดศูนย์ถ่วง หน้าหลัง ซ้ายขวา บนล่าง / ขนาดหัวไม้ / น้ำหนัก และวัสดุตามมา
ก้านควรพิจารณา เรื่อง น้ำหนัก / Flex ความอ่อนแข็งเป็น CPM / จุดดีดปลายก้าน (Bend Point) เป็นหลัก
*** ราคาและแบนด์เป็นเรื่องรอง ***
ทักษะความสามารถ ความเร็วหัวไม้ / จังหวะการสวิง / ตำแหน่งคลายข้อมือ และความแม่นลูก ตำแหน่งอิมแพคหน้าไม้
เพราะฉนั้นการเลือกปรับ/แต่งไม้กอล์ฟ ควรพิจารณาทั้ง 3 อย่างหลักนี้ไปพร้อมกัน ซึ่งนักอล์ฟส่วนใหญ่จะมองหา และต้องการเปลี่ยน หัวไม้ หรือ ก้านไม้กอล์ฟอย่างเดียว โดยลืมที่จะพิจารณารวมกัน
ซึ่งนอกจากมีหัวไม้ และก้านที่เหมาะสมแล้ว การวิเคราะห์ตัดประกอบให้เป็นไม้กอล์ฟ ก็ไม่ควรจะละเลย เช่น ความยาวก้าน / ขนาดกริ๊ป / สวิงเวท vs MOI matching และการจัดแนวดีดก้านที่เหมาะสม (ก้านไม่ได้กลมอย่างที่มองเห็น)
หากสังเกตเห็นตามสื่อต่างๆเมื่อมีอุปกรณ์อะไรใหม่ๆออกวางจำหน่ายว่า หัวไม้รุ่นนี้ตีไกล หรือ ก้านรุ่นนี้ตีไกล ก็ลองใช้วิจารณญาณกันเองนะครับ สุดท้ายผู้บริโภคจะเป็นผู้ตัดสินใจในการเลือกเองครับ
หัวไม้ หรือใบเหล็กไม่สามารถให้ประโยชน์อย่างเดียวโดยลำพังกับนักกอล์ฟได้ ความอ่อน/แข็งก้านต้องมีส่วนร่วมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และยังรวมถึงทักษะในการสวิงของนักกอล์ฟว่าจะตอบสนอง หัวไม้ และก้านนั้นได้ออกมาอย่างเต็มประสิทธิภาพ ต้องพิจารณาอย่างครบถ้วน
ส่วนที่เกี่ยวข้องหัวไม้มี องศาหน้าไม้ / ตำแหน่งจุดศูนย์ถ่วง หน้าหลัง ซ้ายขวา บนล่าง / ขนาดหัวไม้ / น้ำหนัก และวัสดุตามมา
ก้านควรพิจารณา เรื่อง น้ำหนัก / Flex ความอ่อนแข็งเป็น CPM / จุดดีดปลายก้าน (Bend Point) เป็นหลัก
*** ราคาและแบนด์เป็นเรื่องรอง ***
ทักษะความสามารถ ความเร็วหัวไม้ / จังหวะการสวิง / ตำแหน่งคลายข้อมือ และความแม่นลูก ตำแหน่งอิมแพคหน้าไม้
เพราะฉนั้นการเลือกปรับ/แต่งไม้กอล์ฟ ควรพิจารณาทั้ง 3 อย่างหลักนี้ไปพร้อมกัน ซึ่งนักอล์ฟส่วนใหญ่จะมองหา และต้องการเปลี่ยน หัวไม้ หรือ ก้านไม้กอล์ฟอย่างเดียว โดยลืมที่จะพิจารณารวมกัน
ซึ่งนอกจากมีหัวไม้ และก้านที่เหมาะสมแล้ว การวิเคราะห์ตัดประกอบให้เป็นไม้กอล์ฟ ก็ไม่ควรจะละเลย เช่น ความยาวก้าน / ขนาดกริ๊ป / สวิงเวท vs MOI matching และการจัดแนวดีดก้านที่เหมาะสม (ก้านไม่ได้กลมอย่างที่มองเห็น)
หากสังเกตเห็นตามสื่อต่างๆเมื่อมีอุปกรณ์อะไรใหม่ๆออกวางจำหน่ายว่า หัวไม้รุ่นนี้ตีไกล หรือ ก้านรุ่นนี้ตีไกล ก็ลองใช้วิจารณญาณกันเองนะครับ สุดท้ายผู้บริโภคจะเป็นผู้ตัดสินใจในการเลือกเองครับ
21 พฤษภาคม 2560
แก้ที่วงสวิง หรือ ที่ไม้กอล์ฟ น่าจะเหมาะกว่ากัน
ในกีฬากอล์ฟ หลายคนยังสับสนระหว่างเรื่อง " วงสวิง " หรือ " สเปคไม้กอล์ฟ " ไม่รู้ว่าการตีกอล์ฟไม่เป็นไปอย่างที่ต้องการนั้น เป็นเพราะอะไร? เลยทำให้เกิดความสับสนว่า ควรต้องพัฒนา หรือแก้ไข/ปรับปรุงตรงไหนดี ระหว่าง ไม้กอล์ฟ หรือ วงสวิง
และพบว่าส่วนใหญ่นักกอล์ฟจะเลือกการ " เปลี่ยนไม้กอล์ฟ " เพราะเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดแล้ว แต่กลับเป็นการเปลี่ยน แบบ Standard to Standard โดยไม่ทราบเรื่องสเปคของไม้กอล์ฟที่เหมาะสมกับตัวเองจริงๆสักที ตัวอย่าง เช่น
ทำให้เป็นการแก้ไขแบบพายเรือในอ่าง กลับไปกลับมา ซึ่งน่าจะเรียนรู้ และทราบสเปคไม้กอล์ฟที่เหมาะกับตัวเองเสียก่อน แล้วตัดประเด็นนี้ที่ทำได้จริงๆออกไป แล้วที่เหลือต้องเป็นเรื่องของการพัฒนาวงสวิงเพียงอย่างเดียวจริงๆ จะดีกว่าไหมครับ ???
- ว่าควรจะมีความอ่อน/แข็งก้าน เป็นค่า CPM (แทนที่ R หรือ S)
- มีความยาวก้านที่เหมาะสมกับสรีระ และความสามารถด้วยความยาวเท่าไร
- น้ำหนักก้าน / จุดดีดก้าน
- องศาหน้าไม้ไดร์ฟเวอร์ และ C.G. location ควรเป็นแบบใด มีขนาดเท่าไร
- รูปทรงของใบเหล็ก / ระยะห่างองศาหน้าไม้ระหว่างเหล็ก / Lie Angle
- ขนาดกริ๊ป ให้พอดีกับ ขนาดมือหรือยัง?
- Swing Weight และ Total weight
- ผู้ที่ประกอบสเปคก้านให้ได้ดังที่กล่าวมา
ทำให้เป็นการแก้ไขแบบพายเรือในอ่าง กลับไปกลับมา ซึ่งน่าจะเรียนรู้ และทราบสเปคไม้กอล์ฟที่เหมาะกับตัวเองเสียก่อน แล้วตัดประเด็นนี้ที่ทำได้จริงๆออกไป แล้วที่เหลือต้องเป็นเรื่องของการพัฒนาวงสวิงเพียงอย่างเดียวจริงๆ จะดีกว่าไหมครับ ???
26 เมษายน 2560
เลือกไม้กอล์ฟที่มีน้ำหนักเบา...ใช่จะเป็นคำตอบสุดท้าย
สังเกตุในการโปรโมตขายไม้กอล์ฟที่มีน้ำเบา เช่น ก้านเบา ไม่ถึง 40 กรัม / หัวไม้กอล์ฟเบา ไม่ถึง 190 กรัม และมีกริ๊ปเบา ไม่ถึง 30 กรัม เพื่อเป็นจุดขายทางการตลาด ซึ่งเป็นผลดีต่อนักกอล์ฟบางกลุ่มเท่านั้น โดยเฉพาะกลุ่ม Senior / Lady หรือนักกอล์ฟที่ไม่แข็งแรง หรือ มีทักษะความเร็วหัวไม้ไดร์ฟไม่เกิน 80 Mph ก็พอจะมีประโยชน์ได้ แต่นักกอล์ฟหลายๆท่านก็เข้าใจผิดว่า ไม้กอล์ฟที่มีน้ำหนักเบาน่าจะดี เพราะทำให้การสวิงได้ง่ายนั้นถูกต้องครับ แต่กับการให้ได้ระยะเพิ่มขึ้น (Increase Distance) และการควบคุมทิศทาง และแม่นยำ (Accuracy) มันจะไม่มาพร้อมๆกันนะครับ คือ อาจได้อย่าง แต่ต้องเสียอย่าง
นักกอล์ฟในทัวร์ หรือนักกอล์ฟสมัครเล่นที่แข็งแรง และมีทักษะการสวิงที่ดี ไม่ควรมีน้ำหนักไม้กอล์ฟที่เบากว่า ลองตรวจสอบดูก็ได้นะครับ หากมีความเร็วหัวไม้ (Club Speed) แตะ 100 Mph มีน้ำหนักก้านอยู่ในมือ ไม่เกิน 55 กรัม ถือได้ว่าไม่เหมาะสม สำหรับเรื่อง Flex และ Kick Point จะต้องมาดูจังหวะการสวิงประกอบ และวิเคราะห์เลือกไปพร้อมกับครับ
ความเร็ว(Speed) + มวล/น้ำหนัก(Mass) = ระยะทาง(Distance)
ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์สามารถนำมาเปรียบเทียบได้เลยครับ เพราะ 3 สิ่งนี้ความมีความพอเหมาะ พอควรต่อความสัมพันธ์กัน แต่สำหรับกีฬากอล์ฟยังมีปัจจัย เรื่อง ความแม่นยำ (Accuracy) / ความสม่ำเสมอ (Consistency) และ ความรู้สึก (Feel) เข้ามาเกี่ยวข้องอีกด้วย ดังนั้นการเลือกมีไม้กอล์ฟที่เหมาะสม ย่อมไม่ใช่ไม้กอล์ฟที่ประกอบสำเร็จรูปที่วางขายอยู่ทั่วไป (Standard Spec) และคิดว่าน่าจะเหมาะสมกับเรานั้น ก็อาจจะใช่ แต่ผมขอใช้คำว่า " โชคดี " นะครับ
แนะนำควรปรึกษา Professional Club Fitting ที่สามารถให้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องไม้กอล์ฟก่อนตัดสินใจเลือกมี อย่างน้อยการตัดประกอบใหม่ (Custom Fitting) หรือ ปรับ/แต่ง (Modify / Re assembly) เพื่อให้ได้สเปคย่อมดีกว่าไม้กอล์ฟสำเร็จรูปทั่วไป เพราะไม้กอล์ฟไม่ใช่จะเปลี่ยนกันง่ายๆ แบบการเลือกซื้อเสื้อผ้านะครับ
![]() |
| น้ำหนักก้านควบคุมน้าหนักรวมไม้กอล์ฟ |
ความเร็ว(Speed) + มวล/น้ำหนัก(Mass) = ระยะทาง(Distance)
ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์สามารถนำมาเปรียบเทียบได้เลยครับ เพราะ 3 สิ่งนี้ความมีความพอเหมาะ พอควรต่อความสัมพันธ์กัน แต่สำหรับกีฬากอล์ฟยังมีปัจจัย เรื่อง ความแม่นยำ (Accuracy) / ความสม่ำเสมอ (Consistency) และ ความรู้สึก (Feel) เข้ามาเกี่ยวข้องอีกด้วย ดังนั้นการเลือกมีไม้กอล์ฟที่เหมาะสม ย่อมไม่ใช่ไม้กอล์ฟที่ประกอบสำเร็จรูปที่วางขายอยู่ทั่วไป (Standard Spec) และคิดว่าน่าจะเหมาะสมกับเรานั้น ก็อาจจะใช่ แต่ผมขอใช้คำว่า " โชคดี " นะครับ
25 เมษายน 2560
ชุดเหล็กความยาวเท่ากัน (Single Length Irons) กับวงการกอล์ฟ
ชุดเหล็กความยาวเท่ากัน (Single Length Irons) กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นในหมู่นักกอล์ฟที่ติดตามข่าวสารในวงการกอล์ฟมาโดยตลอด และพิจารณาแล้วว่าการใช้ชุดเหล็กความยาวเท่ากันนี้แล้ว จะทำให้ลดความผิดพลาดจากช๊อตกลางแฟร์เวย์ได้อย่างแท้จริง ที่ชุดเหล็กแบบเดิมให้ไม่ได้
เพราะชุดเหล็กความยาวเท่ากันจะใช้ความรู้สึกในการสวิงที่เหมือนกันในทุกเหล็ก ไม่ต้องสับสนกับตำแหน่งลูกกอล์ฟ (ฺBall Position) ในขณะจรดแอสเดรสแบบเหล็กเดิมๆ ที่ตำแหน่งลูกเปลี่ยนไป ทั้ง ใกล้ / ไกล และ ซ้าย / ขวา เพราะความยาวก้านที่ไม่เท่ากัน ซ้ำทำให้การเล็งไปที่เป้าหมายเปลี่ยนไปอีกด้วย
มีผู้สนใจหลายๆท่านสอบถามว่า สามารถนำชุดเหล็กแบบเดิมมาโมดิฟาย ให้มีความยาวก้านเท่ากันได้ไหม? คำตอบจะบอกว่าไม่ได้ 100% ก็คงไม่ได้ เพราะถ้าจะทำ ต้องเปลี่ยนน้ำหนักใบเหล็กเปล่าแบบเดิมให้มีน้ำหนักเท่ากันทุกๆเหล็ก และต้องทำ Lie Angle ให้เหมือนกันทุกเหล็กด้วยเช่นเดียวกัน ท่านลองจิตนาการดูสิครับว่า หน้าตาใบเหล็กแบบเดิมจะออกมาเป็นอย่างไร
นอกจากนั้นการนำไปใช้งานของใบเหล็กแบบเดิมเมื่อเปลี่ยนน้ำหนักแล้ว จุดศูนย์ถ่วงกึ่งกลาง (Center Gravity) จะไม่อยู่ที่ตำแหน่งที่ต้องการอีกด้วย หากนำไปทดลอง หรือทดสอบ หรือ Review ก็จะได้ผลที่ไม่เป็นที่น่าพอใจ เหมือนที่ออกในรายการกอล์ฟบางรายการ จะทำให้ผู้ชมสับสนกับประโยชน์ที่ควรได้จริงๆ กับชุดเหล็กความยาวเท่ากันที่ผลิต และออกแบบมาโดยเฉพาะ ซึ่งชุดเหล็กแบบเดิมทำไม่ได้
จากการได้ติดตาม Forum และบทความในต่างประเทศ บริษัทฯไม้กอล์ฟดังๆยังไม่กล้าผลิตหรือเป็นผู้นำเอาเทคโนโลยีของชุดเหล็กความยาวเท่ากันนี้ออกมาทำตลาด เนื่องจากหากเป็นแบบนั้น เท่ากับว่าชุดเหล็กแบบเดิมนั้น จะเลิกใช้ หรือไม่ได้รับความนิยมอย่างมาก จะทำให้มีผลเสียหายต่อแบรนด์นั้นในที่สุด สำหรับชุดเหล็กแบบเดิม แต่คงจะอยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาตัดสินใจ เพราะอย่างที่ทราบคุณประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์ของชุดเหล็กความยาวเท่ากันนี้ สามารถตอบโจทย์นักกอล์ฟทุกระดับฝีมือได้จริง
ติดตาม และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือเป็นเจ้าของชุดเหล็กความยาวเท่ากัน
ได้ที่ Line : tomiyaclubfitting หรือ โทร : 086-535-5579
เพราะชุดเหล็กความยาวเท่ากันจะใช้ความรู้สึกในการสวิงที่เหมือนกันในทุกเหล็ก ไม่ต้องสับสนกับตำแหน่งลูกกอล์ฟ (ฺBall Position) ในขณะจรดแอสเดรสแบบเหล็กเดิมๆ ที่ตำแหน่งลูกเปลี่ยนไป ทั้ง ใกล้ / ไกล และ ซ้าย / ขวา เพราะความยาวก้านที่ไม่เท่ากัน ซ้ำทำให้การเล็งไปที่เป้าหมายเปลี่ยนไปอีกด้วย
![]() |
| SL ประกอบที่ Tomiya Clubfitting |
นอกจากนั้นการนำไปใช้งานของใบเหล็กแบบเดิมเมื่อเปลี่ยนน้ำหนักแล้ว จุดศูนย์ถ่วงกึ่งกลาง (Center Gravity) จะไม่อยู่ที่ตำแหน่งที่ต้องการอีกด้วย หากนำไปทดลอง หรือทดสอบ หรือ Review ก็จะได้ผลที่ไม่เป็นที่น่าพอใจ เหมือนที่ออกในรายการกอล์ฟบางรายการ จะทำให้ผู้ชมสับสนกับประโยชน์ที่ควรได้จริงๆ กับชุดเหล็กความยาวเท่ากันที่ผลิต และออกแบบมาโดยเฉพาะ ซึ่งชุดเหล็กแบบเดิมทำไม่ได้
![]() |
| ใบเหล็กเปล่าผลิตมาโดยเฉพาะ |
จากการได้ติดตาม Forum และบทความในต่างประเทศ บริษัทฯไม้กอล์ฟดังๆยังไม่กล้าผลิตหรือเป็นผู้นำเอาเทคโนโลยีของชุดเหล็กความยาวเท่ากันนี้ออกมาทำตลาด เนื่องจากหากเป็นแบบนั้น เท่ากับว่าชุดเหล็กแบบเดิมนั้น จะเลิกใช้ หรือไม่ได้รับความนิยมอย่างมาก จะทำให้มีผลเสียหายต่อแบรนด์นั้นในที่สุด สำหรับชุดเหล็กแบบเดิม แต่คงจะอยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาตัดสินใจ เพราะอย่างที่ทราบคุณประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์ของชุดเหล็กความยาวเท่ากันนี้ สามารถตอบโจทย์นักกอล์ฟทุกระดับฝีมือได้จริง
ติดตาม และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือเป็นเจ้าของชุดเหล็กความยาวเท่ากัน
ได้ที่ Line : tomiyaclubfitting หรือ โทร : 086-535-5579
18 เมษายน 2560
เลือกก้านที่ดีควรถามหาสิ่งใดก่อน?
วิธีเลือกเปลี่ยนก้านไม้กอล์ฟ หรือ การฟิตติ้งก้านไม้กอล์ฟ สังเกตเห็นมากกว่า 80-90% ของนักกอล์ฟหลายท่าน ที่เลือกหาเปลี่ยนซื้อก้านฯจาก ชื่อยี่ห้อ หรือแบรนด์ก่อนอื่นเป็นเรื่องแรกๆ มากกว่าจะถามหาสเปคจริงของก้านฯที่จะซื้อเปลี่ยน เช่น มี น้ำหนักก้าน / Flex (CPM) / Kick point / Torgue อย่างไร
ซึ่งเมื่อถามหาแบรนด์ก่อนแล้ว จากนั้นก็ต้องถามตามด้วยเรื่องของสเปคก้านในแบรนด์นั้นอยู่ดีใช่ไหมครับ??? ซ้ำอาจจะได้ก้านที่ราคาแพงตามแบรนด์ที่รู้จักนั้นๆ จากสื่อ ถ้าโฆษณา/สปอนด์เซอร์มาก ก็มีราคาแพงมากเช่นกัน
![]() |
| ก้านไม้กอล์ฟมีให้เลือกหลายสิบแบรนด์ |
ฉนั้นทำไมไม่ถามหาสเปคก้านฯ หรือคุณลักษณะของก้านฯที่ต้องการเสียก่อนอื่นเลยจะดีกว่าไหมครับ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ไหนก็ได้ แต่สำคัญที่สเปคก้านฯจริงๆที่อยากได้ ดูจะสมเหตุสมผลในทางฟิตติ้งไม้กอล์ฟมากกว่าครับ ซึ่งท่านอาจจะได้ราคาที่ประหยัดกว่า และได้ก้านฯที่ตรงใจมากกว่าสี หรือสิ่งที่บอกบนตัวก้านซะอีกด้วยครับ
สุดท้ายที่สำคัญที่สุด คือ เมื่อได้ก้านฯที่มีสเปคตรงใจแล้ว จากนั้นการประกอบก้าน / หัวไม้ และกริ๊ป เพื่อให้ได้ความเหมาะสม กับสรีระ และทักษะความสามารถนั้น ห้ามมองข้ามโดยเด็ดขาด ถึงท่านจะได้มีไม้กอล์ฟที่สเปคไม้กอล์ฟที่ประกอบแล้วตรงกับตัวเองมากที่สุดครับ
28 กุมภาพันธ์ 2560
ไดร์ฟเวอร์องศาหน้าไม้ที่ต่ำ จะช่วยให้นักกอล์ฟที่สวิงช้าได้ระยะจริงหรือ??
การที่นักกอล์ฟหลายท่านเข้าใจว่าองศาหน้าไม้ในไดร์ฟเวอร์ยิ่งต่ำ จะยิ่งทำให้ไดร์ฟได้ระยะมากขึ้น เพราะตามที่เห็นนักกอล์ฟตีไกลหลายคน หรือแชมป์ตีไกลเค้าก็ใช้องศาหน้าไม้ที่ต่ำ ก็น่าจะช่วยทำให้ระยะของตัวเองเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน
การที่ลูกกอล์ฟจะลอยไปในอากาศได้นาน เพื่อสร้างระยะที่ดี ควรมีความเร็วหัวไม้ (Club Speed) ที่ดี มีมุมเหิน (Trajectory) ที่ดี พร้อมกับการอิมแพคกลางหน้าไม้ที่ดี (Center Impact) ที่ทำให้เกิดความเร็วลุกกอล์ฟ (Ball Speed) ที่ออกจากหน้าไม้ที่ดี ที่ทำให้ได้ระยะที่มีประสิทธิภาพที่สุด
ความเร็วหัวไม้ (Club Speed) เป็นตัวสร้างอัตราการหมุน (Spin Rate) บนลูกกอล์ฟที่ทำให้ลูกกอล์ฟลอยขึ้นในอากาศได้ อย่างที่เข้าใจว่า ความเร็วหัวไม้สูง จะทำให้ได้ระยะที่ไกลขึ้นอย่างแน่นอน เพราะฉนั้นความเร็วหัวไม้สูง สปินเรทก็สูงด้วยเช่นเดียวกัน แต่ไอ้เจ้าสปินเรทนี้ มีทั้งข้อดี และข้อเสีย
ข้อดี คือ สปินเรทที่สูง เกิดจากความเร็วหัวไม้ที่สูง ที่ทำให้ลูกกอล์ฟลอยตัวไกลได้ระยะ
ข้อเสีย คือ สปินเรทที่สูงมากเกินไป จะทำให้มีมุมเหินที่สูงเกินความจำเป็น กลายเป็นลูกโด่งที่ตกแล้วไม่ได้ระยะ (ไม่รวมมุมเข้าลูกที่ชัน) จึงจำเป็นต้อง ลดสปินเรทให้พอเหมาะ พอดี กับมุมเหินนั้น
ดังนั้นการลดสปินเรท ของนักกอล์ฟที่มีความเร็วหัวไม้สูง ส่วนหนึ่งอย่างง่ายๆ ก็คือ การใช้องศาหน้าไม้ที่ต่ำลง จะทำให้ได้มุมเหินที่เหมาะสม และได้ระยะมากขึ้น รวมถึงจุด Carry และการตกแล้ววิ่งต่อของลูกกอล์ฟได้ดีกว่า เนื่องด้วยเหตุนี้ นักกอล์ฟที่มี Club Speed สูงๆ จึงเลือกใช้องศาหน้าไม้ที่ต่ำกว่าปกติ จะทำให้ได้ระยะที่ดีกว่า ซึ่งในทางตรงกันข้าม นักกอล์ฟที่ Club Speed ช้า แต่ต้องการใช้องศาหน้าไม้ที่ต่ำ เพื่อต้องการที่จะให้ลูกที่ไดร์ฟออกไปได้ระยะนั้น ตก แล้ววิ่ง ไม่ได้มองเหตุผลตามหลักวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ได้มุมเหินที่ดี มีการยกตัวของลูกกอล์ฟลอยในอากาศที่ดี ซึ่งนักกอล์ฟเหล่านี้ จำเป็นต้องเพิ่มสปินเรท (Increase Spin Rate) แทนที่จะลดสปินเรท
เพราะฉนั้นการที่จะช่วยให้นักกอล์ฟที่มี Club Speed ที่ต่ำ หรือช้า ไดร์ฟได้ระยะที่ไกลขึ้น ควรให้ความสนใจกับ การเพิ่มองศาหน้าไม้ (Increase Loft Angle) เป็นสำคัญมากกว่าเรื่องอื่นๆ เพราะจะช่วยให้ได้มุมเหิน และสปินเรทที่ดีกว่า มีความผิดพลาดน้อยกว่า
บริษัทฯผลิตไม้กอล์ฟ วางจำหน่ายไดร์ฟเวอร์ในตลาดเพียง 2 แบบ หรือ 2 องศาหน้าไม้ คือ 9.5 หรือ 10.5 เนื่องจากต้นทุนการผลิตหัวไม้นั้นสูงมาก จึงเลือกการผลิตก้านให้ปลายที่อ่อน เพื่อให้เกิดองศาหน้าไม้ขณะอิมแพคที่เพิ่มขึ้น (Dynamic Loft Angle) ซึ่งไม่ค่อยตรงประเด็นที่จะส่งผลให้เกิดระยะของนักกอล์ฟที่สปีดต่ำ เนื่องจากการสะบัดก้าน กับองศาที่ต่ำ เกิดการผิดพลาด (Error)ได้ง่าย อาจมีองศาที่มากเกินไป หรือมีมุมที่เข้าลูก ชันเกินไป ทำให้เกิดสปินที่ไม่พึงประสงค์ (Back Spin) ด้วยเหตุนี้จึงไม่สามารถทดแทน องศาหน้าไม้จริงที่กำหนดบนหัวไม้ไม่ได้ ที่จะช่วยให้เกิดประโยชน์มากกว่า ให้มุมเหินที่แน่นอนกว่า และผิดพลาดน้อยกว่า
ดังนั้นนักกอล์ฟทั่วไปที่มีความเร็วหัวไม้ไม่สูง ต้องการไดร์ฟให้ได้ระยะควรปรึกษา Professional Club Fitting เพื่อหาองศาหน้าไม้ที่เหมาะสม ดีกว่าการเปลี่ยนก้านที่มี ปลายที่อ่อน เพื่อให้เกิด Dynamic Loft ที่มากขึ้นแทน องศาหน้าไม้จริง ท่านอาจได้ระยะในบางช๊อต และเปอร์เซ็นต์ในการควบคุม (Control) ความสม่ำเสมอ (Consistency) และความแม่นยำ (Accuracy) ลดลงไป
ความเร็วหัวไม้ (Club Speed) เป็นตัวสร้างอัตราการหมุน (Spin Rate) บนลูกกอล์ฟที่ทำให้ลูกกอล์ฟลอยขึ้นในอากาศได้ อย่างที่เข้าใจว่า ความเร็วหัวไม้สูง จะทำให้ได้ระยะที่ไกลขึ้นอย่างแน่นอน เพราะฉนั้นความเร็วหัวไม้สูง สปินเรทก็สูงด้วยเช่นเดียวกัน แต่ไอ้เจ้าสปินเรทนี้ มีทั้งข้อดี และข้อเสีย
ข้อดี คือ สปินเรทที่สูง เกิดจากความเร็วหัวไม้ที่สูง ที่ทำให้ลูกกอล์ฟลอยตัวไกลได้ระยะ
ข้อเสีย คือ สปินเรทที่สูงมากเกินไป จะทำให้มีมุมเหินที่สูงเกินความจำเป็น กลายเป็นลูกโด่งที่ตกแล้วไม่ได้ระยะ (ไม่รวมมุมเข้าลูกที่ชัน) จึงจำเป็นต้อง ลดสปินเรทให้พอเหมาะ พอดี กับมุมเหินนั้น
![]() |
| มุมเข้าลูกที่ดีที่สุด |
เพราะฉนั้นการที่จะช่วยให้นักกอล์ฟที่มี Club Speed ที่ต่ำ หรือช้า ไดร์ฟได้ระยะที่ไกลขึ้น ควรให้ความสนใจกับ การเพิ่มองศาหน้าไม้ (Increase Loft Angle) เป็นสำคัญมากกว่าเรื่องอื่นๆ เพราะจะช่วยให้ได้มุมเหิน และสปินเรทที่ดีกว่า มีความผิดพลาดน้อยกว่า
![]() |
| ปลายก้านที่อ่อนให้มุมเหินที่สูง |
ดังนั้นนักกอล์ฟทั่วไปที่มีความเร็วหัวไม้ไม่สูง ต้องการไดร์ฟให้ได้ระยะควรปรึกษา Professional Club Fitting เพื่อหาองศาหน้าไม้ที่เหมาะสม ดีกว่าการเปลี่ยนก้านที่มี ปลายที่อ่อน เพื่อให้เกิด Dynamic Loft ที่มากขึ้นแทน องศาหน้าไม้จริง ท่านอาจได้ระยะในบางช๊อต และเปอร์เซ็นต์ในการควบคุม (Control) ความสม่ำเสมอ (Consistency) และความแม่นยำ (Accuracy) ลดลงไป
7 ธันวาคม 2559
การเลือกใช้ ไดร์ฟเวอร์ให้มีคุณภาพ และประสิทธิภาพควรมองตรงไหน
Custom Club
Fitting หรือ
การฟิตติ้งไม้กอล์ฟ ไม่ใช่แค่เพียงเปลี่ยนก้าน หรือหัวไม้กอล์ฟที่โฆษณา และเป็นแบนด์ที่รู้จักราคาแพง ที่กันวางจำหน่ายให้เห็นในบ้านเราเท่านั้น ซึ่งก้านไม้ฯ และหัวไม้ฯดีๆ ยังมีอีกมากมายๆที่จัดทำประกอบฟิตติ้งใหม่ เลือกหัวไม้ / เลือกก้าน / เลือกกริ๊ป และประกอบเป็นไม้กอล์ฟให้เหมาะสมกับสรีระ และทักษะความสามารถเฉพาะตัวเอง หรือในแต่ละบุคคลที่ไม่เหมือนกันได้
การเลือกมี หรือ
เลือกใช้ไม้กอล์ฟเพื่อนำไปใช้จริงให้ได้มีประสิทธิภาพมากที่สุด (ไม่ใช่เพื่อนำไปโชว์นะครับ) เลือกตามหลักการฟิตติ้งไม้กอล์ฟที่เป็นวิทยาศาสตร์นั้น (Custom
Club Fitting) ควรเลือก Character
ของ
หัวไม้ / ก้าน / กริ๊ป หรือการเลือกการประกอบสำเร็จให้เป็นสเปคไม้กอล์ฟครับ
เลือกก้านที่ : น้ำหนักก้าน / ความอ่อน-แข็งก้าน / จุดดีดก้าน สูง หรือ ต่ำ / การกระจายความอ่อนแข็งตลอดตัวก้าน
เลือกกริ๊ปที่ : สีวัสดุที่ชอบ แต่ ประกอบขนาด(Size)
ให้พอดีกับมือตัวเอง
สุดท้ายการประกอบให้ได้ตามสรีระ และทักษะความสามารถนั้นเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ต้องประกอบให้ได้สเปคตามจริง ไม่ใช่ประกอบให้เป็นสเปคมาตรฐาน (Standard
Spec) นั่นก็ถือว่าเปล่าประโยชน์ ไม้กอล์ฟ หรือก้านไม้กอล์ฟนั้น ไม่ได้ให้ประโยชน์ตรงที่สี หรือชื่อของแบรนด์ที่เป็นที่คุ้นหู คุ้นตานะครับ
ควรดูคุณสมบัติของมันภายใน ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของตัวเองในการนำไปใช้จริงได้สูงสุด ไม่ใช่เลือกซื้อตามที่ นักกอล์ฟอาชีพใช้ หรือ นักกอล์ฟฝีมือดีใช้กัน หรือเพื่อโชว์ว่าได้ใช้รุ่นใหม่ล่าสุด แต่ไม่ได้คิดว่าตัวเองใช้แล้ว ได้อย่างนั้นหรือเปล่า หรือว่า ราคาเป็นตัวกำหนดการใช้งาน
ลองพิจารณาดูกันเองนะครับ หากท่านฉลาด เลือก ฉลาดซื้อไม้กอล์ฟได้ที่เหมาะสมแล้ว ก็ไม่จำเป็นที่ต้องมองหารุ่นใหม่ๆ เพื่อลอง และเปลี่ยนไป เปลี่ยนมา ทำให้วงสวิง และความคุ้นเคยกับไม้กอล์ฟของตัวท่านเอง ไม่รู้ว่าอันไหนที่เหมาะสมจริงๆ และมีไม้กอล์ฟวางไว้อยู่เต็มบ้านหลายชุดเลย
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)









































